มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 10 กรกฎาคม 2555

 

          ของดีมีอยู่ในไทย แล้วหน่วยงานไทยทำงานเพื่อขายของดีมีอยู่อย่างเข้มข้น

          แต่ยังขาดความลุ่มลึกในมิติทางวิชาการ ดำรง ใคร่ครวญ เขียนบอกในบทความเรื่องการ“จัดทัพ”งานเสริมสร้างความนิยมไทยในต่างประเทศ (มติชน ฉบับวันศุกร์ 29 มิ.ย. 2555 หน้า 7) โดยอธิบายถึงอำนาจนุ่ม หรือ Soft Power หมายถึงอำนาจอันเกิดจากความนิยมชมชอบที่สาธารณชนต่างประเทศมีต่ออีกประเทศหนึ่ง เช่น ด้านวัฒนธรรม มีความตอนหนึ่งว่า

          “หน่วยงานของไทยได้ทำงานเพื่อ ‘ขาย’ ประเทศไทยกันอย่างเข้มข้นในบางแง่มุม เช่น เสน่ห์ของคนไทย ชายหาด ป่าเขา วัด/วัง สถานที่ประวัติศาสตร์ ฯลฯ แต่การดำเนินงานที่ผ่านมาของเรายังหนักไปในเชิงการตลาด เรายังขาดความลึก โดยเฉพาะมิติวิชาการ ค่านิยมทางการเมืองและนโยบายต่างประเทศ ขาดความเข้มข้นและความต่อเนื่อง รวมทั้งยังขาดยุทธศาสตร์ แผนงานทรัพยากรและการจัดการที่เป็นระบบ”

          “ประเทศไทยมี ‘ของดี’ อยู่มากมาย พลังอำนาจนุ่มหรือความนิยมไทยในโลกนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม มวยไทย อาหารไทย ฯลฯ ยังมีอนาคตอีกยาวไกล จะทำรายได้เข้าประเทศไทยได้อีกมากมาย ฐานะของประเทศไทยในสังคมโลกยังสามารถขยับขึ้นได้อีกมากขอเพียงเรามาช่วยกัน ‘จัดทัพ’ ดำเนินการเรื่องนี้”

          ผมอ่านข้อเขียนของคุณดำรงแล้ว เห็นเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จึงทำสำเนาส่งต่อให้เครือญาติชุมชนท้องถิ่น กับครูบาอาจารย์ที่สอนวิชาการเกี่ยวข้องได้อ่าน แล้วช่วยกันแสดงความเห็นเป็นกระสายยา หรือน้ำจิ้มให้โอชะสนุกๆ เพราะรู้ว่าสังคมไทยไม่เอาจริง

          อาจารย์ท่านหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล เห็นว่าต้องสร้างสตอรี่จากงานโบราณคดีและประวัติศาสตร์ใส่ของดีมีอยู่ในไทย

          ส่วนอาจารย์อีกท่านหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่าขึ้นอยู่กับสองอย่าง คือ สังคมไทยจะให้คุณค่ากับโบราณคดีและประวัติศาสตร์อย่างไร ในขณะเดียวกันโบราณคดีและประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นศักยภาพ(แบบไม่หน่อมแน้ม)ที่จะสนองสังคมอย่างไร ถ้าวิชาการโบราณคดีและประวัติศาสตร์มีความพร้อม และสังคมเปิดยอมรับ (โดยมีผู้บริหารจัดการที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง) โบราณคดีและประวัติศาสตร์ก็ควรอยู่ในสถานะผู้“คัดกรอง” และ“สร้างคำอธิบาย” กับสิ่งที่ไทยจะยกขึ้นมาชูให้เป็น Soft Power ของตน เพื่อความชัดเจนในเนื้อหาและอาจเป็นการสร้างมูลค่าของ Soft Power ขึ้นอย่างแท้จริง

          แต่อดีตอาจารย์สอนดนตรีคลาสสิคในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเห็นว่ารัฐสนใจของดีมีอยู่ในไทยแบบปลอมๆ เฟคๆ ไปวันๆ หลอกกันไปเรื่อยๆ กระทั่งการศึกษาดนตรีก็ยังถูกทำให้กลายเป็นเรื่องของเงิน มากกว่าเรื่องของวัฒนธรรม

          ผมเคยเขียนเกี่ยวกับอาหารไทยหลายครั้งแล้วว่าต้องใส่สตอรี่ เพื่อเพิ่มรสชาติอร่อย แต่สังคมไทยไม่ชอบความรู้เชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่มีหลักฐานจริง  เพราะชอบแต่เรื่องปลอมๆเพื่อปลุกใจข่มเหงเพื่อนบ้านเท่านั้น

          ครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทยก็เป็นไปตามความผิวเผินของสังคม เลยพาให้ของดีมีอยู่ขาดความลุ่มลึกทางวิชาการที่จับต้องได้ สังคมไทยเลยขาดอำนาจนุ่ม-Soft Power

          ถ้าจะให้ดี ผมว่าครูบาอาจารย์สถาบันเหล่านั้นควรกลับเนื้อกลับตัวโดยเร็ว อย่ากลายเป็นสวะขวางทางน้ำไหล เพราะจะทำให้น้ำแห่งความโง่เขลาท่วมบ้านเมืองจนล้าหลังdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);}