มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2555

 

           ระบบราชการ“ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา”ของไทย ขนาดนายกฯ ยังคุมไม่อยู่ คุมไม่ได้ หรือคุมได้แบบหน้าไหว้หลังหลอก แล้วนับประสาอะไรกับฝูงไพร่อย่างเราๆท่านๆ ไม่มีวันหวังอะไรในหล้าได้หรอก

           “โครงการลงทุนน้ำ มีความล่าช้ามาก และเสร็จไม่ทันตามกำหนด” นายกฯ บอกในที่ประชุม ครม. เมื่อวันอังคารที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา เรื่องการลงทุนการจัดการน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมปีนี้

           “โดยเฉพาะการลงทุนโครงการต้นน้ำที่ต้องแล้วเสร็จเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาก็ยังไม่เสร็จ”

           “การลงทุนกลางน้ำที่ต้องเสร็จในสิ้นเดือน ก.ค. ก็ยังล่าช้าอยู่มาก”

           “เช่นเดียวกับการลงทุนปลายน้ำที่ต้องเสร็จในเดือน ส.ค. ก็ยังไม่คืบหน้า”

           “หากน้ำมาแล้วท่วมอีกจะทำอย่างไร” นายกฯ ถามที่ประชุม ครม. แล้วบอกต่อไปว่า “ถ้ายังล่าช้ากันอย่างนี้ คงต้องไปนั่งสั่งการที่ตึกแดงด้วยตัวเอง” (โพสต์ ทูเดย์ ฉบับวันพุธ 4 ก.ค. 2555 หน้า A2)

           “คราวหลังอย่ารายงานแค่ว่ายังไม่เสร็จ ให้รายงานมาเลยว่าจะเสร็จเมื่อไร?” นายกฯ ตอกย้ำที่ประชุม ครม. (มติชน ฉบับวันพุธ 4 ก.ค. 2555 หน้า 15)

           ก่อนหน้านี้ นายกฯ เคยย้ำแล้วให้กระตือรือร้นเตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วม แต่ไม่สำเร็จ

           “ต้องดูแลรักษาคูคลองเป็นประจำ ไม่ใช่น้ำท่วมทีก็ทำที หรือปีหนึ่งทำครั้งหนึ่งเมื่อรัฐบาลลงงบประมาณจำนวนมากให้ขุดลอก” นายกฯ เคยบอกย้ำในที่ประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้เกี่ยวข้องการบริหารจัดการน้ำ เมื่อวันพุธ 13 มิ.ย. 2555 แล้วปรับทุกข์ว่า “ทำแล้วผักตบชวาก็มาใหม่เร็วมาก ทำให้น้ำไหลลงติดขัด”

           บางท้องที่มีผักตบชวามากจนเกินกำลังท้องถิ่นและประชาชนชาวบ้านจะสู้รบได้ เช่น แม่น้ำท่าจีน ดังมีรายงานข่าว (โพสต์ ทูเดย์ ฉบับวันอังคาร 19 มิ.ย. 2555 หน้า A9) ว่า

           แม่น้ำนครชัยศรี (ท่าจีน) ช่วงบริเวณหน้าวัดห้วยพลู ต. ห้วยพลู อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม มีผักตบชวาจำนวนมากทำให้กีดขวางการจราจรทางน้ำ โดยมีปริมาณเต็มความกว้างของแม่น้ำระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ อ. นครชัยศรี ไปจนถึง จ. สมุทรสาคร ทำให้ไม่สามารถเดินเรือเพื่อส่งสินค้าได้ ต้องลอยค้างกลางแม่น้ำ

           ผักตบชวาลอยแน่นในคลองรางเพนียดนานแรมปี ที่บ้านท่าไชย ต. หัวโพธิ์ อ. สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี ไม่มีหน่วยงานใดเข้าดำเนินการ ยิ่งนานวันผักตบชวายิ่งแน่น จนน้ำไม่สามารถไหลผ่านได้

           ผักตบชวาแม่น้ำท่าจีน ไม่ได้มีแค่แม่น้ำสายหลัก แต่ลำน้ำสาขา เช่น ลำน้ำสองพี่น้อง ที่ อ. สองพี่น้อง จนถึง อ.อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ก็มีเต็มไปหมด ใครๆเห็นแล้วหมดแรง คิดไม่ออกจะกำจัดหรือจำกัดยังไง?

           ลำน้ำหลายแห่งมีแปลงผักบุ้ง, ผักกระเฉด, ฯลฯ เบียดผักตบชวาให้พ้นแม่น้ำลำคลองได้ แสดงว่าถ้าร่วมมือกันจริงๆก็กำจัดผักตบชวาได้ด้วย

           ผักตบชวาเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อทางน้ำไหลและการคมนาคมทางน้ำ แล้วแพร่กระจายทุกหนทุกแห่ง แม้ลำน้ำทางฟากตะวันออกของกรุงเทพฯก็มีเต็มไปหมด เกินกำลังที่ท้องถิ่นจะกำจัดได้ เมื่อน้ำหลากลงมาย่อมรับมือไม่ทัน

            “ปีนี้ฝนในพื้นที่ภาคกลางจะมีปริมาณมากกว่าทุกพื้นที่ ที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือแต่ละจังหวัดจะทำคันกั้นน้ำแบบจังหวัดใครจังหวัดมัน เพราะทุกจังหวัดต่างก็กลัวน้ำท่วม จากการสำรวจพบว่า เส้นทางตั้งแต่ กทม. ถึง จ. อ่างทอง มีคันกั้นน้ำเต็มหมดทุกพื้นที่ หากเป็นเช่นนี้ จะทำให้แผนการระบายน้ำที่วางไว้ทั้งหมดมีอุปสรรคแน่นอน” นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. กล่าว จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนในปีนี้พบว่าฝนจะไม่ทิ้งช่วง โดยจะมีฝนค่อนข้างมากคือประมาณ 1,500 มิลลิเมตร และจะทำให้เกิดน้ำท่วมแน่นอนในพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่ที่น้ำท่วมซ้ำซากอยู่แล้ว เช่น จ. อ่างทอง จ. พระนครศรีอยุธยา จ. ปทุมธานี เป็นต้น (มติชน ฉบับวันอังคาร 19 มิ.ย. หน้า 16)

           มีทั้งผักตบชวาและทั้งคันกั้นน้ำเป็นปัญหา แล้วจะทำยังไง? ราชการไทย นายกฯ ก็คุมไม่ได้ แล้วจะคุมน้ำได้หรือ?