Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2555

 

          ด้วยความเคยชินในกมลสันดาน เมื่อผ่านไปก็ต้องแวะเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ตอนบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทั้งๆไม่รู้จะแวะทำไม?

          แต่ไหนๆก็แวะแล้วก็เลยจะสำรวจว่ามีเอกสารใหม่ๆ มีข้อมูลใหม่ๆ อะไรออกมาแบ่งปันกันบ้างเกี่ยวกับเมืองอู่ทอง, เมืองสุพรรณ, หรืออะไรก็ได้

          ยืนงงที่หน้าประตูอยู่ครู่หนึ่ง เพราะต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าประตูหน้า ผมละล้าละลังจะไม่เข้า เพราะขี้เกียจถอดแล้วต้องใส่ นึกในใจว่าปกติก็ไม่มีคนอยากเข้าพิพิธภัณฑ์ นี่ยังบังคับให้ถอดรองเท้า แล้วต้องเสียค่าเข้าอีกต่างหาก จะหาคนเข้าจากไหนล่ะ?

          ที่สุดก็ต้องถอดรองเท้า ครั้นเข้าไปห้องขายบัตรเข้าชม ถึงรู้จากเจ้าหน้าที่ว่ามีจัดแสดงใหม่เปิดบริการให้ดูได้แล้ว เลยซื้อบัตร 2 ใบให้พรรคพวกที่ไปด้วยช่วยถ่ายรูป เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ห้ามเหมือนที่อื่นๆ

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง มีบอกไว้ในเอกสารนำชมนิทรรศการถาวรฯ ว่า “จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษา และจัดแสดงโบราณศิลปวัตถุที่ได้จากการบูรณะเมืองโบราณอู่ทอง” (ควรเพิ่มเติมอีกว่า) “รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ความเป็นมาของท้องถิ่น” (แล้วควรเติมเข้าไปทุกแห่งทั่วประเทศไทย เพื่อให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทำประโยชน์“เข้าถึง”ท้องถิ่นกว้างขวางกว่าเดิม)

          นิทรรศการถาวรเกี่ยวกับเมืองโบราณอู่ทองและวัฒนธรรมทวารวดี แสดงว่าผู้บริหารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง พยายามอย่างยิ่งที่จะทำตัวเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของท้องถิ่นอู่ทอง ซึ่งถูกต้อง และดีมากๆ

          แต่คงมีข้อจำกัดหลายอย่าง ซึ่งน่าเห็นใจยิ่งๆ จึงทำให้นิทรรศการที่แสดงออกมาเสมือนห้องบรรยายวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยทวารวดี สำหรับนักศึกษาทางโบราณคดีเท่านั้น ยังไม่โน้มน้าวชักจูงให้คนทั่วไปดูรู้เรื่องและเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอู่ทอง

          ควรหาลู่ทางปรับปรุง“วิธีคิด” แล้วแก้ไขให้มี“สตอรี่” น่าติดตามกว่าที่ทำไว้ เช่น อู่ทองเป็นแห่งแรกที่พระพุทธศาสนาเข้ามาประดิษฐานในไทย ตามที่มีบอกไว้ในเอกสารแจก และอาจมีเรื่องอื่นอีก

โค้งคูน้ำเมืองอู่ทองด้านทิศเหนือ ขุดไว้เมื่อ 1,500 ปีมาแล้ว บริเวณร่มเย็นเป็นสุขที่สุดเท่าที่เหลือขณะนี้ ปรับปรุงให้ดีกว่านี้ได้ จะมีเสน่ห์อย่างยิ่ง (ภาพโดย ปรีดาภรณ์ เอี่ยมแจ๋)

          องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เตรียมกิจกรรมนำร่องเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองโบราณอู่ทอง ประกอบด้วย 4 แผนงาน แล้วมี “โครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง” รวมอยู่ด้วย

          นี่เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะพัฒนาปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ทันสมัยเป็น“มิวเซียม” ก้าวหน้าทั้งเนื้อหาและรูปแบบ

          เนื้อหาส่วนหนึ่งต้องมีอธิบายให้เข้าใจทั่วกันว่าอู่ทอง แปลว่าอะไร? หมายถึงอะไร? มาจากไหน? มาแทนชื่อเดิมว่าจระเข้สามพันได้ยังไง? ทำไม? ฯลฯ แล้วเชื่อมโยงเข้ากับชื่อในเอกสารจีนว่า กิมหลิน, จินหลิน กับเอกสารลังกาและในชาดกอินเดียว่า สุวรรณภูมิ กระทั่งสืบเป็นเจนลีฟู, สุพรรณภูมิ, สุพรรณบุรี

          นอกจากนั้น อพท. มีแผนงานผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอู่ทองอยู่แล้ว จึงเห็นควรสร้างคณะทำงานด้านนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่แบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้พร้อมกันไป จะได้ผลอย่างยั่งยืนแท้จริง

          คุณบรรหาร ศิลปอาชา กับคุณขรรค์ชัย บุนปาน เคยแนะนำให้ทำสถาบันสุวรรณภูมิที่อู่ทอง เพื่อแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้ แต่แล้วเงียบหายไปไม่มีกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อสาธารณะ

          เมื่อยังไม่มีเจ้าภาพทำจริงจัง ก็ขอให้ อพท. เอามาทำให้สำเร็จจะยิ่งดีมากขึ้น เพราะมีอาสาสมัครอีกไม่น้อยจะหนุนช่วยเต็มกำลัง}