มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม 2555

 

          เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) มีน้ำเต็มคูเมืองโดยรอบ บรรดาแมกไม้เขียวชอุ่มเพราะได้ฝนต้นฤดู ผมไปตระเวนเห็นมาเองเมื่อตอนบ่ายวันเสาร์ 30 มิ.ย.

          เพราะเพิ่งรู้จากผู้มีเมตตาบอกกล่าวข่าวสารว่าองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กำลังเคลื่อนไหวให้มีกิจกรรมนำร่องเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองอู่ทอง ด้วยวิสัยทัศน์ว่า “อู่ทองเมืองโบราณ ต้นกำเนิดประวัติศาสตร์อารยธรรมสุวรรณภูมิ” โดยสันนิษฐานว่าเมืองอู่ทองเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรทวารวดี และเป็นศูนย์กลางของดินแดนสุวรรณภูมิ

          ผู้บริหาร อพท. บอกไว้ในเนื้อหาประชาสัมพันธ์ข่าวสารของ อพท. (พิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 18-24 พ.ค. 2555 หน้า 19) เพิ่มเติมว่า

          “การท่องเที่ยวจะยั่งยืนได้ ต้องเกิดจากการที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีโอกาสได้ร่วมรับประโยชน์ไปด้วยกัน”

          “แต่ก่อนอื่นก็จะต้องมาร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบด้วยกันก่อน จึงจะมีสิทธิ์อันชอบธรรมในการร่วมรับผลประโยชน์ไปด้วยกัน”

          ประเด็นสำคัญอยู่ที่ก่อนจะ “ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบด้วยกัน” ต้องร่วมรับแบ่งปันข้อมูลความรู้ข่าวสารอย่างทัดเทียมกันเสียก่อน ว่าเมืองอู่ทอง คืออะไร? มาจากไหน? เกี่ยวข้องอย่างไรกับคนไทยและประเทศไทย? รวมทั้งประชาคมอาเซียน

          ถ้า อพท. รับข้อมูลข่าวสารวิปลาสคลาดเคลื่อน แล้วยกไปจัดอีเวนต์ตีปี๊บส่งสารให้คนในท้องถิ่นและคนทั่วประเทศอย่างที่ทำไปแล้ว ก็ย่อมเสียหายจนอาจส่งผลให้การท่องเที่ยวไม่ยั่งยืน

          ดังตัวอย่างลักษณะคลาดเคลื่อนจากหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่มีข่าวตีปี๊บว่า“เมืองอู่ทองเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรทวารวดี”

          เพราะไม่เคยมีอาณาจักรทวารวดี และก่อน พ.ศ. 2000 ไม่เคยมีอาณาจักรอะไรทั้งนั้นในดินแดนไทย เนื่องจากขอบเขตและโครงสร้างทางการเมืองในไทยยุคนั้นมีลักษณะบ้านพี่เมืองน้อง เป็นการเมืองแบบเครือญาติระหว่างบ้านเมืองระดับรัฐ หรือแคว้น ไม่ใช่แบบอาณาจักร

          สุวรรณภูมิก็ไม่ใช่ชื่ออาณาจักร เพราะไม่เคยมีอาณาจักรสุวรรณภูมิ แต่เป็นชื่อดินแดนบริเวณผืนแผ่นดินใหญ่ของอุษาคเนย์ ที่ปัจจุบันเป็นประเทศต่างๆ คือ พม่า,  ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, ไทย, มาเลเซีย, อาจรวมสิงคโปร์ด้วยก็ได้

          โดยมีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำโขง กับแม่น้ำสาละวิน เป็นแหล่งทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ (แผนที่บางชุดระบุว่า สุวรรณภูมิหมายถึงแผ่นดินทองอยู่บริเวณไทย แต่บริเวณพม่าเรียกหิรัญภูมิ หมายถึงแผ่นดินเงิน)

          เมืองอู่ทอง มีอายุอยู่ในยุคทวารวดี และอาจเก่ากว่านั้นอีก แต่ไม่พบหลักฐานว่าชื่อดั้งเดิมเรียกอะไร? ดังนั้นจะเรียกเมืองอู่ทองว่าชื่อเมืองทวารวดีไม่ได้ แล้วเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรทวารวดีไม่ได้ด้วย เพราะทุกวันนี้นักปราชญ์ยังตกลงกันไม่ได้ว่าศูนย์กลางของรัฐทวารวดีอยู่ที่ไหน? ลพบุรี หรือนครปฐม? แต่แน่ๆคือไม่ใช่อู่ทอง

          “ทวารวดี” เป็นชื่อสมมุติที่นักปราชญ์รุ่นก่อนๆใช้เรียกเรื่องราวในอดีต มี 3 อย่าง คือ ชื่อรัฐ, ชื่อรูปแบบศิลปะ, ชื่อยุคสมัย

          ทั้ง 3 อย่าง ยังมีความเห็นทางวิชาการไม่ลงรอยกัน จึงยังไม่ยุติอย่างใดอย่างหนึ่ง

          อพท. กำลังเคลื่อนไหวให้มีกิจกรรมนำร่องที่เมืองอู่ทอง เช่น พัฒนาเส้นทางอารยธรรมเมืองอู่ทอง, ปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง, ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองอู่ทอง, ฯลฯ

          กิจกรรมทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นด้วยข้อมูลความรู้ประวัติศาสตร์โบราณคดีที่มีจริง ไม่ยกเมฆ โดยเน้นอธิบายอย่างกะทัดรัดง่ายๆ ได้ใจความสำคัญเพื่อบอกชาวบ้านทั่วไปว่า เมืองอู่ทอง คืออะไร? มาจากไหน?

          ต้องร่วมแบ่งปันข้อมูลความรู้ข่าวสารอย่างทัดเทียมกันก่อน ถึงจะใช้เป็น“แกน”ลงมือทำเรื่องอื่นๆ หากไม่ระมัดระวังอย่างที่บอกนี้ก็มีปัญหาว่าท่องเที่ยวยั่งยืน หรือยับเยิน?d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);