มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2555

 

          ผมเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนถึงปัตตานี เมื่อครูบาอาจารย์ที่นั่นชวนให้ไปเล่าเรื่องแขกมุสลิมในความเป็นไทย โดยเฉพาะลิเกมาจากดิเกร์ ฮูลู ของแขกมลายูปัตตานี ที่ ม. สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อตอนสายๆ วันเสาร์ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา

          แรกทีเดียวตั้งใจจะอาศัยนอนรถตู้ที่คุณขรรค์ชัย บุนปาน จัดให้ใช้เดินทางไกลๆ ล่องไปปัตตานี จะได้แวะเยี่ยมยามตามแหล่งสำคัญๆสองข้างทางที่ผ่านไป เหมือนที่เคยทำเป็นประจำ แต่แล้วรถตู้หมดอายุ ใช้การไม่ได้ เลยเปลี่ยนแผนเดินทาง

          จากนั้นเอาตารางรถไฟมาตรวจสอบเวลาและขบวนต่างๆ ให้สอดคล้องตามที่นัดหมายไว้ เพราะถ้าไม่ได้ไปรถตู้ก็อยากนั่งรถไฟ แต่ดูไปดูมาแล้วกำหนดเวลาแน่นอนไม่ได้ ไม่รู้ว่ารถไฟจะแล่นตามใจชอบของการรถไฟไทย เมื่อไร? อย่างไร? คิดแล้วเสี่ยงมากที่จะไม่ทันการนัดหมาย ถ้าจะให้ทันจริงๆต้องเดินทางล่วงหน้า 2 วัน เลยต้องเลิกคิดนั่งรถไฟ

          ในที่สุดต้องจำนนยอมเดินทางตามกำหนดของอาจารย์ทางปัตตานี ที่ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ไปกลับดอนเมือง-หาดใหญ่-ดอนเมือง ด้วยความเกรงใจสุดๆ ที่เขาต้องเอารถเก๋งไปรับจากสนามบินหาดใหญ่ไปปัตตานี ซึ่งถ้าเป็นที่อื่นจะขอเดินทางไปเองคนเดียว ไม่เดือดร้อนใครๆ แต่นี่ไปปัตตานี ผมต้องอยู่ในโอวาทเขา เพราะไม่ได้ไปปัตตานีราว 20 ปีแล้ว ไปไม่เป็นแล้ว

          หลังเล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับแขกมุสลิมและประวัติศาสตร์ปัตตานีกับไทยแล้ว ผมขอพึ่งพาใบบุญจากเจ้าภาพให้หารถไปเมืองปัตตานีโบราณ ที่ อ. ยะรัง

          อ. ทวีศักดิ์ เผือกสม (ปัจจุบันสอนอยู่ ม. นเรศวร พิษณุโลก) กับ อ. อีสมาอีล เบญจสมิทธิ์ (นักค้นคว้าอิสระ อยู่ปัตตานี) อาศัยรถเก๋งของ ม. วลัยลักษณ์ (นครศรีธรรมราช) พาผมไปดูซากสถูปเจดีย์ที่บ้านจาและ ซึ่งนักโบราณคดีกรมศิลปากรขุดแต่งแล้วทำหลังคาถาวรคลุมไว้หลายแห่ง

          เมืองปัตตานีโบราณ มีอายุเก่าสุดราวหลัง พ.ศ. 1000 พบหลักฐานมากมายอยู่เขต อ. ยะรัง รุ่นราวคราวเดียวกับพระปฐมเจดีย์ เมืองนครปฐมโบราณ (ที่ อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม) และเมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี)

          เหตุที่เมืองปัตตานีโบราณอยู่สืบเนื่องมานานนับพันๆปีมาแล้ว จึงมีซากสิ่งก่อสร้างซับซ้อนหลายยุคหลายสมัยอยู่บริเวณกว้างขวางมากกว่า 600 ไร่ แบ่งกว้างๆเป็น 3 กลุ่ม ที่ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่อธิบายว่าเป็นเมืองปัตตานีเดียวกัน แต่ต่างยุคสมัยกัน ดังนี้

          กลุ่มบ้านวัด มีอายุเก่าสุด ยุคทวารวดีศรีวิชัย (นี่ผมเรียกชื่อเอง) ราวหลัง พ.ศ. 1000 นับถือศาสนาผี-พราหมณ์-พุทธ

          กลุ่มบ้านจาและ เป็นส่วนขยายจากกลุ่มบ้านวัด มีอายุราวหลัง พ.ศ. 1300 นับถือศาสนาผี-พราหมณ์-พุทธ-สืบเนื่องจากยุคก่อน

          กลุ่มบ้านประแว สืบเนื่องจากกลุ่มบ้านวัดและกลุ่มบ้านจาและ ร่วมยุคอยุธยา มีอายุอยู่ราวหลัง พ.ศ. 1700 เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม

          หลักฐานโบราณคดีที่มีคับคั่งอย่างยิ่งในเขต อ. ยะรัง เป็นพยานว่าเมืองปัตตานีโบราณเป็นรัฐเอกราช และเป็นส่วนหนึ่งของการค้าข้ามคาบสมุทรยุคทวารวดีศรีวิชัย

          รัฐปัตตานี ถูกโจมตีจากรัฐต่างๆโดยรอบ เพื่อแย่งยึดครองเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทร แต่ไม่เคยพบหลักฐานว่าตกอยู่ในอำนาจของรัฐอยุธยา หรือรัฐอื่นใด

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เคยมีหลักฐานว่าปัตตานีอยู่ในอำนาจของพ่อขุนฯรัฐสุโขทัย ยกเว้นมีใน“นิยาย”ที่ชื่อประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย แต่งโดยนักประพันธ์ในกำกับของรัฐไทยในอดีต แล้วมีอิทธิพลต่อวิธีคิดและวิธีทำทางการปกครอง 3 จังหวัดภาคใต้ จนเกิดความรุนแรงต่อเนื่อง ยังไม่รู้จบ

          รัฐไทยและกองทัพไทย ต้องเลิกเชื่อ“นิยาย” แล้วทำความเข้าใจใหม่ในสิ่งที่มีพยานหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีจริงๆ ไม่อิง“นิยาย”} else {} else {