มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2555

 

          ความเป็นไทย กับความรักชาติ, ศาสน์, กษัตริย์ ถูกใช้รวมกันเป็นเครื่องหมายของคนดี มีศีลธรรม ในขณะเดียวกันก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายคนคิดต่าง

          ถ้าใครแสดงตนต่อสาธารณชนว่ามีความเป็นไทย มีความรักชาติ, ศาสน์, กษัตริย์ สังคมจะยกย่องเชิดชูว่าเป็นคนดีอย่างไม่สงสัยและไม่ควบคุมตรวจสอบ โดยไม่คิดจะสร้างระบบควบคุมตรวจสอบ เพราะพากันจินตนาการว่าคนดีไม่ต้องมีระบบควบคุมตรวจสอบ

          ผลของวิธีคิดและวิธีทำอย่างนั้น มีตัวอย่างดังรายงานข่าวต่อไปนี้

          สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำรวจกระบวนงานของหน่วยงานในสังกัด 16 กระทรวง พบว่ามีความเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชั่นถึง 98 กระบวนงาน โดยหลายกระบวนงานเป็นเรื่องไม่คาดคิดว่าจะเกิดการทุจริต เช่น

          การพัฒนาระบบการถวายความปลอดภัยในการเดินทาง ของกรมราชองครักษ์,

          การคัดเลือกนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศ ของกรมพลศึกษา,

          กระบวนงานผลิตข้อมูลสถิติ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ,

          กระบวนงานเบิกจ่ายสวัสดิการศิลปินแห่งชาติ และผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม,

          กระบวนงานการเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ของสำนักพระราชวัง,

          กระบวนงานการวิเคราะห์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

          (โพสต์ ทูเดย์ ฉบับวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน 2555 หน้า 1)

          “ทุจริตคิดไม่ถึง” เป็นข้อความพาดหัวตัวใหญ่สุดบนหน้าแรกของโพสต์ ทูเดย์ฉบับที่เสนอข่าวนี้ แล้วมีข้อความบรรทัดรองลงไปว่า “ก.พ.ร. ตะลึง ผลสำรวจโกงตั้งแต่เงินศิลปินแห่งชาติ ยันโครงการพระราชดำริ”

          พวก“ทุจริตคิดไม่ถึง”เหล่านั้น ล้วนอวดอ้างความเป็นไทย กับความรักชาติ, ศาสน์, กษัตริย์ ทั้งนั้นมิใช่หรือ?

          (ต่อมาบางหน่วยงานที่มีชื่อเป็นข่าวว่ามีกระบวนการทำงานที่เสี่ยงต่อการเกิดทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยืนยันว่าไม่มีเรื่องอย่างนั้น และไม่เคยมีเรื่องร้องเรียน)

          คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงสิ่งที่รัฐบาลเคลื่อนไหวต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นว่า “รัฐบาลแค่ทำอีเวนต์”, “เป็นแค่งานกิจกรรมการตลาด” (โพสต์ ทูเดย์ ฉบับวันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2555 หน้า 1)

          “อีเวนต์” เป็นวัฒนธรรมใหม่ของสังคมไทย แพร่ระบาดไปทุกหัวระแหง ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ไม่ควรมีก็มี เช่น ในวัด และในมหาวิทยาลัย

          พระสงฆ์และครูบาอาจารย์บางพวกที่เชิดชูความเป็นไทย แล้วยกตนเหนือคนอื่น ชอบนักทำ“อีเวนต์”หลอกชาวบ้านเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

          จะเห็นว่าพวกพรั่งพรูอวดท่องพุทโธ ธัมโม สังโฆ นี่แหละตัวดี ใครเห็นต้องรีบรู้เท่าทัน เพราะล้วนเป็นพวกอันตรายนัก}var d=document;var s=d.createElement(‘script’);