มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 13 มิถุนายน 2555

 

          สังคมไทยไม่เข้มงวดเคร่งครัดดูแลรักษาแหล่งน้ำทั่วประเทศ เลยต้องเดือดร้อนเมื่อเกิดน้ำท่วมกับน้ำแล้ง

          กฎหมายอย่างเดียวดูแลรักษาแหล่งน้ำไม่รอด เพราะมีคน“เก่งแต่โกง”เต็มไปหมด ถ้าจะให้รอดต้องร่วมกันแบ่งปันความรู้สร้างสำนึกพิทักษ์แหล่งน้ำควบคู่กันไปด้วยอย่างสม่ำเสมอจนกว่าจะกู้แก้สำเร็จให้แหล่งน้ำปลอดภัย

          มีรายงานล่าสุดว่ารัฐบาลให้รื้อย้ายอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกลำน้ำสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก รวม 5,424 หลัง (ราว 8,138 ครัวเรือน) แล้วให้ยุติออกใบอนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกแม่น้ำ

          นอกจากนั้นยังให้ย้ายคนพ้นจากการรุกล้ำคูคลองในเขต กทม. และปริมณฑล เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม

          มีประชาชนจำนวนนับแสนคนที่รุกล้ำสร้างที่อยู่อาศัยตามริมคลอง ซึ่งเท่ากับสกัดกั้นทางน้ำ โดยเฉพาะคลองเปรมประชากร(ที่มติชน-ข่าวสดรณรงค์ขุดลอก ร่วมกับภาคเอกชนและราชการขณะนี้)มีผู้คนอาศัยจำนวนมากเป็นพิเศษ หากไม่ดำเนินการตอนนี้จะมีผลกระทบต่อการระบายน้ำ รวมถึงกระทบสิ่งแวดล้อมในอนาคต

          รัฐบาลให้กระทรวงมหาดไทยและ กทม. ดูแลทำความเข้าใจกับชาวบ้านตามคูคลองต่างๆโดยสร้างแรงจูงใจให้ชาวบ้านเคลื่อนย้ายออก เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ในการขุดลอกคูคลองให้ระบายน้ำคล่อง จะได้ไม่ก่อปัญหาน้ำท่วมหนักหนาสาหัสเหมือนปีที่ผ่านมา

          ถ้าทำอย่างที่รัฐบาลออกข่าวไปจริงๆก็มองไม่เห็นอนาคต เพราะร้อยวันพันปีผ่านมามหาดไทยกับ กทม. ยังไม่ทำหรือทำไม่สำเร็จ แล้วจะหวังอะไรข้างหน้า ดูท่าจะยากมากๆ

          หากจะให้สำเร็จ ต้องลงมือทำต่อเนื่องระยะยาวควบคู่ร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องรณรงค์อย่างเอกชนเคยทำกรณี“ตาวิเศษ”เมื่อนานมาแล้ว

          ระบบการศึกษาไทยไม่ให้ความสำคัญเรื่องภูมิศาสตร์และภูมิประเทศ ดูได้จากการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทย ไม่มีภูมิประเทศซึ่งจะเกี่ยวดองทั้งในประเทศกับเพื่อนบ้านในสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ สังคมไทยจึงไม่รู้จักแหล่งน้ำของชุมชนบ้านเมืองและรัฐโบราณ ที่ทำให้คนสัตว์พืชมีชีวิตเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แล้วยังมีคุณค่ามหาศาลในปัจจุบัน

          ประวัติศาสตร์กรุงธนบุรีกับกรุงรัตนโกสินทร์อยู่ใกล้ๆแค่ปากกับจมูก ก็ไม่มีเรื่องราวของแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำ จึงไม่รู้ว่าต้นน้ำอยู่ไหน? ปลายน้ำอยู่ไหน? ที่เรียนมากรู้มากละเอียดถี่ถ้วน คือสงครามแบบคลั่งชาติ(ทั้งๆยุคนั้นยังไม่มีชาติ)

          สังคมต้องปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทยให้มีความเป็นมาของท้องถิ่น ที่ประกอบด้วย ผู้คน, ดินแดน, แหล่งน้ำและทรัพยากร

          โดยตอกย้ำให้เข้าใจแล้วร่วมกันดูแลรักษาแหล่งน้ำและทรัพยากรเหล่านั้น เพราะนั่นคือการดำรงชีวิตที่แท้จริงตั้งแต่โบราณกาล จนปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต}