มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน 2555

 

          ไทยอยู่บนเส้นทาง“เรือใบ”เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ครั้นปัจจุบันอยู่บนเส้นทาง “เรือบิน”

          เมื่ออยู่ภาคกลาง เช่น อยุธยา, กรุงเทพฯ แล้วหันหน้าทางทิศใต้ จะพบว่าประเทศไทยทอดยาวลงไปเป็นแผ่นดินคาบสมุทร มีมหาสมุทรขนาบสองข้าง ขวา-ซ้าย

          ทางขวา เป็นทิศตะวันตก มีทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ยุคอยุธยาจัด“กรมท่าขวา” แต่งตั้งแขกมลายูมีตำแหน่ง“จุฬาราชมนตรี”ดูแลการค้า ติดต่ออินเดียและบ้านเมืองทางตะวันตก

          ทางซ้าย เป็นทิศตะวันออก มีทะเลจีน มหาสมุทรแปซิฟิก ยุคอยุธยาจัด“กรมท่าซ้าย” แต่งตั้งเจ๊กจีนกวางตุ้งกวางสี มีตำแหน่ง“ราชาเศรษฐี”ดูแลการค้า ติดต่อจีนและบ้านเมืองทางตะวันออก

          บริเวณประเทศไทยอยู่ตรงกลางภูมิศาสตร์ของอุษาคเนย์อย่างนี้หลายพันหลายหมื่นปีมาแล้ว (อาจเป็นแสนปีล้านปีมาแล้วก็ได้)

          เหตุนี้เส้นทางการค้าโลกตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราช มากกว่า 543 ปีมาแล้ว จากตะวันตกจึงแล่น“เรือใบ”เลียบชายฝั่งมาทางตะวันออก ขนสินค้าขึ้นบก ผ่านดินแดนพม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม แล้วเดินบก หรือลงสำเภาไปขายได้ถึงจีน

          ทางกลับกันตะวันออกก็ผ่านแผ่นดินกลางไปตะวันตกได้

          ความรู้เหล่านี้มี“คัมภีร์”อธิบายละเอียดอย่างยิ่ง ในหนังสือประวัติศาสตร์มหาสมุทรอินเดีย ของ ดร. ธิดา สาระยา (หนา 752 หน้า ราคาเล่มละ 490 บาท)

          ปัจจุบันเป็นยุคแล่น“เรือบิน” มีสนามบินสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินในอุษาคเนย์

          พื้นที่บกตั้งแต่พม่า, ไทย, ถึงเวียดนาม เป็นแผ่นดินเชื่อมทะเลอันดามัน(เหนือ) กับทะเลจีน(ใต้) มีนักธุรกิจเรียก“อีโคโนมิก โซน” เมื่อสินค้ามาจากยุโรป, แอฟริกา, ก็พัก หรือผลิตที่ไทยเพื่อส่งต่อออกไปจีนและญี่ปุ่นได้ โดยไม่ต้องพึ่งช่องแคบมะละกา ถ้าเชื่อมต่อมณฑลยูนนานของจีนเข้าไปด้วย จะกลายเป็นพื้นที่มีประชากรเป็นตลาดบริโภค

          กว่า 250 ล้านคน มีทั้งทรัพยากรธรรมชาติ และแรงงานอายุน้อย ทั้งในพม่าและเวียดนาม (ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการสายงานการวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 24-วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2555 หน้า 2)

          ระบบการศึกษาไทยปัจจุบันใส่ใจ“เรือบิน” โดยไม่ใส่ใจ“เรือใบ”

          ในประวัติศาสตร์โบราณคดีไทยเลยไม่มีเรื่องราวการค้าทางบก-ทะเล ตั้งแต่ยุค“เรือใบ”

          แต่ที่มีคือเรื่องราวของเทวรูปกับพระพุทธรูป ทำให้เมืองไทยในยุคพุทธชยันตี 2,600 ปี เต็มไปด้วยตลาดการค้าเทวรูปกับพระพุทธรูป

          ถ้าปล่อยอย่างนี้ไปข้างหน้าลำบาก และไปไม่ทัน}if (document.currentScript) {