มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2555

 

          อาคารสถานีรถไฟไทยทุกแห่ง ทั้งที่ยังใช้งานอยู่กับที่เลิกใช้แล้วล้วนมี“คุณค่า”ทางประวัติศาสตร์และศิลปะสถาปัตยกรรม สมควรอนุรักษ์และพัฒนาสร้าง“มูลค่า”สมัยใหม่

          แต่มีคำถามว่าการอนุรักษ์และพัฒนาจะมอบหมายใคร? หน่วยงานไหน?

          โดยสามัญสำนึกทั่วไปก็ต้องมอบหมายหน่วยงานที่เป็นเจ้าของ คือการรถไฟไทย ให้อนุรักษ์และพัฒนา

          ถึงตรงนี้ผมพาลหมดแรงดื้อๆ เมื่อจินตนาการเห็นตัวเองนั่งรถไฟไทยขึ้นล่องไปมาหัวปักหัวปำเป็นประจำ เลยต้องอาศัยบทความที่เคยอ่านมาช่วยกระตุ้นให้มีแรง

          ปริญญา ชูแก้ว เคยเขียน (ตั้งแต่ พ.ศ. 2554) เรื่องอาคารสถานีรถไฟ มรดกทางสถาปัตยกรรมของไทย มีผู้ใจบุญทำสำเนาส่งมาให้อ่าน ผมอ่านถึงบทสรุปของปริญญาที่แนะแนวทางว่า

          “การรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ย่านสถานีรถไฟ รวมทั้งการขาดงบประมาณและบุคลากรในการดำเนินการ ทำให้ที่ผ่านมามีการรื้อถอนอาคารสถานีรถไฟและสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์หลายแห่ง โดยที่ยังไม่ได้มีการสำรวจและระบุคุณค่าความสำคัญ

          นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังไม่มีแนวทางการปรับปรุงอาคารสถานีรถไฟซึ่งส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ มีอายุมากกว่า 50 ปี และอยู่ในสภาพทรุดโทรม ซึ่งอาจส่งผลให้อาคารต้องถูกรื้อถอนลงในไม่ช้า

          การรถไฟแห่งประเทศไทยควรหาแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ย่านสถานีรถไฟ เพื่อที่จะรักษาอาคารสถานีรถไฟ สิ่งปลูกสร้าง และสภาพแวดล้อมที่มีความสอดคล้องกับคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ตลอดจนความต้องการในการพัฒนาเมืองสมัยใหม่

          การจัดทำแผนอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ย่านสถานีรถไฟควรเริ่มจากการสำรวจ บันทึกข้อมูล และระบุคุณค่าความสำคัญของอาคารและสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่”

          สถานีหัวลำโพง เป็นแหล่งทอดน่องท่องเที่ยวที่ผมต้องไปเดินเหินเพลินพัฒนาตอนเย็นๆ สัปดาห์ละครั้งสองครั้ง เห็นผู้คนนานาบ้านบ้านและนานาชาติขวักไขว่แล้วพลอยได้ดูงานอนุรักษ์และพัฒนาอาคารสถานี พอตกค่ำก็นั่งรถกลับบ้านอย่างกลุ้มใจทุกครั้ง