มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2555

 

          รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเมืองทวายในพม่าขณะนี้ เพื่อผลทางเศรษฐกิจการเมืองปัจจุบันและอนาคต

          ฉะนั้นรัฐบาลต้องไม่ทิ้ง“ความรู้สึก”ทางสังคมวัฒนธรรมที่ต้องการความเข้าใจใหม่ด้วยคำอธิบายอย่างใหม่ๆที่ดีกว่าเก่า

          “ทวาย” อยู่ริมทะเลอันดามันในพม่าตอนใต้ ซึ่งขณะนี้เป็นเขตก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมของพม่า

          รัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อทวาย โดยเร่งรัดโครงการใหญ่หลวงหลายอย่างรองรับทางภาคตะวันตกของไทยติดพรมแดนพม่าด้านทวาย เช่น จ. กาญจนบุรี, ฯลฯ แล้วเชื่อมโยงเครือข่ายถึงท่าเรือน้ำลึกทางภาคตะวันออกของอ่าวไทย

          ทวาย เป็นสำเนียงไทยที่ออกเสียงเพี้ยนจากคำท้องถิ่นว่า“ทแว” ปัจจุบันทางการพม่ากำหนดให้สะกดเป็นฝรั่งตามเสียงที่ถูกต้องของท้องถิ่นว่า DAWEI (แทนคำเดิมที่ฝรั่งสะกดตามหูฟังเพี้ยนไปว่า Tavoy)

          ไทยสมัยรัชกาลที่ 1 กรุงรัตนโกสินทร์ รับรู้และออกเสียงถูกต้องว่า ทแว มีพยานในนิราศตามเสด็จทัพลำน้ำน้อย ของพระยาตรัง แต่งเป็นโคลงดั้น (บท 33) ว่า

          เสร็จเศิกสมแคล่วได้            แดนเวียง  ทแวนา

          ชมอนงค์ดนู                       นับร้อย

          นิราศฯเรื่องนี้ พระยาตรังแต่งพรรณนาเมื่อตามเสด็จ ร.1 ยกทัพไปตีเมืองทวาย พ.ศ. 2330

          พม่าปักษ์ใต้เป็นดินแดนชายฝั่งอ่าวเมาะตะมะ ทะเลอันดามัน ยาวจากเหนือลงใต้ ติดพรมแดนไทยตั้งแต่ระดับ อ. แม่สอด จ. ตาก ลงไปถึง อ. เมือง จ. ระนอง มีช่องเขาให้คนเดินทางติดต่อไปมาหากัน เช่น ด่านเจดีย์สามองค์และด่านบ้องตี้ (กาญจนบุรี), ด่านสิงขร (ประจวบคีรีขันธ์)

          เมื่อเป็นชายฝั่งทะเลอันดามัน อันเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญไปติดต่อโลกตะวันตก เช่น อินเดีย, ลังกา, อาหรับ, เปอร์เซีย ในยุคต้นๆ ครั้นยุคหลังๆ ไปถึงยุโรป ย่อมทำให้ทวายเป็นย่านจอดเรือ มีผู้คนนานาชาติไปมาหาสู่ตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิ ไม่น้อยกว่า 2,000 ปีมาแล้ว จึงเป็นหลักแหล่งทั้งของคนพื้นเมืองดั้งเดิม เช่น มอญ ฯลฯ และของคนมาจากที่อื่นๆมากมาย แล้วมีรัฐมอญอยู่บริเวณเหนือขึ้นไป

          น่าเชื่อว่าทวายเป็นสถานีการค้ายุคสุวรรณภูมิที่ขนสินค้าขึ้นบกผ่านช่องพระเจดีย์สามองค์ ลงลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน ทำให้มีรัฐทวารวดี ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          เหตุที่เป็นเมืองสถานีการค้าทางฝั่งทะเลอันดามัน ทวายจึงถูก“พม่าลากไป ไทยลากมา” เพราะแย่งกันควบคุมแหล่งรายได้จากการค้าทางทะเล แล้วกลายเป็นเหตุของสงครามหลายครั้ง

          ทวาย เป็นเมืองสำคัญของรัฐมอญ เรียก รามัญประเทศ แล้วเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อยุธยาตั้งแต่ยุคต้นๆ จนยุคปลายๆ ก็มีส่วนผลักดันให้กองทัพอังวะยกมาตีอยุธยาแตก เมื่อ พ.ศ. 2310 เพราะพระเจ้าแผ่นดินอยุธยายอมให้เจ้าเมืองทวายพาไพร่พลหนีกองทัพอังวะเข้ามาอยู่อาศัยเป็นหอกข้างแคร่ของอังวะสมัยนั้น

          รัฐสุโขทัยไม่เคยแผ่อำนาจมาถึงบริเวณทวายและชายฝั่งอันดามัน แต่รัฐสุโขทัยสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์แบบเครือญาติกับรัฐมอญ ดังมีตำนานเรื่องมะกะโทเป็นพยาน ซึ่งไม่เกี่ยวกับอำนาจทางการเมืองที่รัฐสุโขทัยมีจำกัดอยู่แค่ลุ่มน้ำสี่แคว ปิง, (วัง), ยม, น่าน ตอนล่าง เท่านั้น

          ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยครอบงำให้สังคมไทยเข้าใจบกพร่องวิปลาสคลาดเคลื่อน ว่าพ่อขุนฯแห่งรัฐสุโขทัยมีอำนาจเหนือรัฐมอญ ลงไปตลอดแหลมมลายู เลยพากันสร้างนิยายสมัยหลังว่า“เสียดินแดน” ทั้งๆเป็นดินแดนของคนอื่น

          รัฐบาลนี้ต้องเร่งรัดแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ที่เกี่ยวข้องกับทวาย, ไทยสยาม, และพม่าทั้งหมดให้เข้าใจถูกต้อง มิฉะนั้นมีปัญหาแน่ เหมือนมีกับกัมพูชา

          อย่าปล่อยปละละเลยให้มีปัญหา แล้วมารำพึงรำพันเสียอกเสียใจภายหลังvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);