มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 22 พฤษภาคม 2555

 

          “วัฒนธรรม” ในฝรั่งเศส ประกอบด้วยความงามและความรู้

          นี่เองหนังสือ Paris Syndrome ชีวิตอันระเหิดไปของชายไทยคนหนึ่ง ของ สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ (อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม. ธรรมศาสตร์) เขียนบอกว่า ฝรั่งเศสจึงมุ่งหน้าไปกับการขายสิ่งที่ตัวเองมีในนามของ“ความรู้และความงาม” ที่อาจเรียกรวมๆว่า“วัฒนธรรม”

          บนปกหน้าหนังสือเล่มนี้ ยังโปรยข้อความอย่างนุ่งเจียมห่มเจียมว่า

          “ปารีส—นอกจากความงามและความรู้ของเธอแล้ว ผมก็ไม่ต้องการอะไรอีก”

          ความรู้ในปารีสมีทุกหนทุกแห่ง ล้วน“ขาย”ได้ สุดแดนเขียนบอกว่าแค่พิพิธภัณฑ์อย่างเดียวก็ทำรายได้ให้อย่างมหาศาล เพราะฝรั่งเศสเป็นเมืองของนักท่องเที่ยว “โดยเฉพาะปารีส จำนวนคนมาเที่ยวในแต่ละปีนั้นมีจำนวนมากกว่าคนปารีสเองเสียอีก”

          นอกจากนั้น “ปารีสเป็นเมืองซึ่งเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ในรูปลักษณ์ต่างๆกัน” จะคัดข้อความบางตอนจากหนังสือที่เขียนพรรณนามาดังนี้

          ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนของเมือง ก็จะพบกับเรื่องราวในอดีตผ่านชื่อถนน สะพาน มุมตึก หรืออนุสาวรีย์ แต่ละแห่งมีป้ายจารึกวันเวลาและความเป็นมาโดยสังเขปให้คนที่สนใจใฝ่รู้

          เช่น ตึกเก่าๆและสวยงามแห่งนี้สร้างขึ้นสมัยใด ใครเป็นผู้สร้าง เคยใช้ประโยชน์อย่างใด

          อาทิ ห้องนี้เฮมมิงเวย์เคยมาอาศัยอยู่เป็นเวลาหนึ่งปี มุมถนนตรงนี้ นักปฏิวัติคนหนึ่งล้มลงสิ้นใจที่นี่ หรือสถานีรถไฟใต้ดินแห่งนี้เคยใช้เป็นสุสานมาก่อน

          และใช่แต่จะบันทึกประวัติศาสตร์ของนักการเมือง นักเขียน นักปรัชญาเท่านั้น ลานบางแห่งสร้างอนุสาวรีย์ของเด็กขายหนังสือพิมพ์ที่เล่ากันว่าถูกฆ่าตายในปี พ.ศ. 2336 เมื่อตะโกนคำว่า “Vive La République.” (สาธารณรัฐจงเจริญ) แทนที่จะเป็น “Vive Le Roi.”

          พ.ศ. 2336 (ปีที่เด็กขาย นสพ. ในปารีสถูกฆ่าตาย) ตรงกับแผ่นดิน ร.1 กรุงรัตนโกสินทร์ ปีนี้สุนทรภู่อายุ 7 ขวบ (เกิด พ.ศ. 2329)

          กทม. พยายามทำป้ายบอกความเป็นมาของสถานที่ต่างๆในกรุงเทพฯ โดยให้ความสำคัญไปที่วัดกับวัง ซึ่งก็ดี แต่ดีอย่างจำกัด ทำให้ขาดสังคมวัฒนธรรมของผู้คนสามัญชนชาวบ้านที่มีหลายเผ่าพันธุ์

          ที่แย่มากๆคือไม่มีมิวเซียมแสดงความรู้และความงามในประวัติศาสตร์สังคมของกรุงเทพฯ มาจากไหน? แต่มี“ซ่อง”ในนามอาบอบนวดและโรงแรมม่านรูดทุกหนทุกแห่ง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ

          ในขณะที่ปารีสมีความงามและความรู้“ขาย”นักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมทั้งนักท่องเที่ยวไทยจำนวนไม่น้อยด้วยdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);}