มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2555

 

          แม่น้ำท่าจีนกับลำน้ำสาขา เมื่อไม่กี่วันผ่านมานี้ยังเต็มไปด้วยผักตบชวาหนาแน่น กับผักบุ้งเบียดเสียด ตั้งแต่เขต อ. บางเลน จ. นครปฐม ขึ้นไปถึง อ. สองพี่น้อง กับ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี

          ในประเทศไทยนี้ ผมยังไม่เห็นที่ไหนมีผักตบชวากับผักบุ้งเต็มแม่น้ำมากเท่าเขต  อ. สองพี่น้อง ทำให้จินตนาการไม่ออกว่าจะกำจัดออกจากแม่น้ำได้อย่างไร?

          เลยได้แต่คิดว่าต้องยอมจำนน แล้วยอมรับความจริงให้ผักตบชวากับผักบุ้งเป็นอาภรณ์อันอลงกรณ์และอลังการของแม่น้ำและลำน้ำสาขาที่จะขาดเสียมิได้

          แต่แล้วคิดขึ้นได้ว่าอาภรณ์อย่างนี้ของแม่น้ำลำคลอง เป็นอุปสรรคของน้ำไหลลงอ่าวไทยช้ากว่าปกติ แล้วส่งผลให้น้ำท่วมนานในฤดูน้ำหลาก คนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่สองฝั่งย่อมเดือดร้อนหนักหนาสาหัส

          ฉะนั้นจะยอมจำนนไม่ได้ แต่จะกำจัดยังไง ก็ไม่รู้อีก

          ช่วงเมษา-พฤษภา ที่อื่นๆน้ำแล้งดินแยกแตกระแหง แม่น้ำบางแห่งน้ำหายกลายเป็นดอนทรายท้องน้ำจนคนเดินข้ามได้

          แต่บริเวณทุ่งนา อ. อู่ทอง มีน้ำขลุกขลิก ขณะเดียวกันแม่น้ำจระเข้สามพันกับสาขาน้ำไม่แห้ง อาจเป็นเพราะดึงน้ำจากแม่กลองที่อยู่เขตสูงกว่า เข้าน้ำทวน ผ่าน อ. พนมทวน จ. กาญจนบุรี ลงแม่น้ำจระเข้สามพัน

          เมืองอู่ทอง มีน้ำหล่อเลี้ยงคูเมืองโดยรอบไม่แห้งแล้ง ทำให้รื่นรมย์อย่างยิ่ง เพราะมีคลองชลประทานชักน้ำจากเจ้าพระยา-ท่าจีน-มะขามเฒ่า เข้ามากักเก็บไว้

          จำได้ว่าท่านบรรหาร ศิลปอาชา กับท่านขรรค์ชัย บุนปาน กำหนดแผนงานให้มี“สุวรรณภูมิศึกษา” หรืออะไรทำนองนี้ เพื่อแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสุวรรณภูมิ ควบคู่ไปกับการทำงานด้านกายภาพปรับภูมิทัศน์

          ผมเดินดูบริเวณกำลังสร้างสะพานข้ามคูเมืองอู่ทอง 2 แห่ง เห็นแล้วชื่นชมความก้าวหน้าทางกายภาพของเมืองอู่ทองที่น่าจะมีอายุราว 1,500 ปีมาแล้ว แต่เป็นชุมชนมาก่อน ราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือมากกว่านั้นก็ได้

          แต่ไม่มีใครได้ข่าวความเคลื่อนไหว แล้วไม่มีใครรู้ความก้าวหน้าทางการศึกษาค้นคว้า จนไม่แน่ใจว่าสุวรรณภูมิศึกษาเคยมีจริงหรือไม่? แล้วยังมีต่อไปหรือเปล่า? ถ้ามีจะทำยังไง? ฯลฯ

          หากไม่ทำอะไรเลยก็“เสียของ”และสังคมไทย“เสียโอกาส” ยิ่งอีกไม่กี่ปีจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนยิ่งต้องให้มีสม่ำเสมอ เพราะบริเวณแม่กลอง-ท่าจีน และดอนตาเพชร-อู่ทอง เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ยุคดึกดำบรรพ์ที่มีไทยเป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วย

          วัฒนธรรมอำนาจราชการ ไม่เอื้อต่อการแบ่งปันเผยแพร่“ราชวิชาความรู้” สู่สาธารณะ ยิ่งทำโดย“ข้าราชวิชาการ” ก็ยิ่งยุ่งยาก จนไม่สำเร็จได้ทันท่วงที

          บางทีอาจต้องจ้างเหมาบริษัทจัดอีเวนท์ให้ทำงานแบ่งปันเผยแพร่สุวรรณภูมิอู่ทองถึงจะสำเร็จ เพราะผู้รับจ้างเหมารู้เท่าทันกมลสันดานวัฒนธรรมอำนาจราชการ