มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2555

 

          เมื่อไร้กฎ กติกา มารยาท แล้วขาดวินัย สังคมเมืองใหญ่น้อยก็ต้องทยอยก้มหน้ารับชะตากรรมกันไป

          จะขอคัดสรุปข่าวจากประชาชาติธุรกิจ (ฉบับประจำวันที่ 3-6 พฤษภาคม 2555 หน้า 12) มาลงเต็มคอลัมน์นี้ให้รู้เห็นทั่วกัน ดังนี้

          กทม. ผงะ! พบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคูคลองกว่า 2.3 หมื่นครัวเรือน กีดขวางทางระบายน้ำในคลองสายหลัก-สายรองร่วม 500 คลอง ไล่ตั้งแต่คลองเปรมประชากร บางเขน ลาดพร้าว ทวีวัฒนา ต้นเหตุเกิดน้ำท่วมใหญ่ปลายปีที่แล้ว เตรียมเวนคืนที่ดินขยายคลองรับมือป้องกันน้ำท่วมยั่งยืน ประสานการเคหะฯ-บ้านมั่นคงหาที่อยู่อาศัยรองรับ ด้านวุฒิสภาเตรียมเสนอรัฐบาลจี้กรมการปกครองเข้มการออกเลขที่บ้านชั่วคราว

          นายชวลิต แก้วจินดา สมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมการวิสามัญด้านการตั้งถิ่นฐานและการผังเมืองวุฒิสภา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปลายปีที่แล้วในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) พบว่า มีบางเขตที่ถูกน้ำท่วมเนื่องจากปัญหาการระบายน้ำที่ไปตามคลองสายหลักต่างๆ ไม่คล่องตัว เพราะมีการปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำเข้ามาในริมคลองจำนวนมาก ทำให้ขนาดของคลองแคบลง จนกลายเป็นอุปสรรคของการไหลของน้ำ เช่น คลองเปรมประชากร ปัจจุบันพบว่าขนาดคลองถูกรุกล้ำ 3 ใน 4 แล้ว เหลือประมาณ 10-15 เมตรเท่านั้น

          “ปัจจุบันในพื้นที่ 50 เขตของ กทม. มีบ้านเรือนรุกล้ำริมคลองจำนวนกว่า 20,000 ครัวเรือน อีกทั้งสิ่งที่พบคือ ทางกรมการปกครองได้มีการออกเลขที่บ้านชั่วคราวให้ ตาม พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 โดยไม่มีการกำหนดอายุว่าจะต้องย้ายออกไปในกี่ปี ทำให้บ้านเรือนเหล่านี้ปักหลักอาศัยอยู่มานานนับ 10 ปี”

          นายชวลิตกล่าวต่อว่า แนวทางแก้ไขอยากจะให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว โดยให้บ้านเรือนที่รุกล้ำริมคลองอยู่ในขณะนี้ย้ายออกไปจากพื้นที่เพื่อจะได้เปิดทางไหลของน้ำได้สะดวกขึ้น ด้วยการประสานไปยังการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดหาบ้านเอื้ออาทรและบ้านมั่นคงมารองรับ

          รวมทั้งจะต้องให้กรมการปกครองปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎร โดยกำหนดระยะเวลาของการออกเลขที่บ้านชั่วคราวด้วยว่าควรจะเป็นกี่ปี โดยเสนอให้ใช้นำร่องพื้นที่ที่วิกฤตจริงๆ ก่อน เช่น ริมคลองเปรมประชากร ที่เป็นคลองหลักในการระบายน้ำของพื้นที่กรุงเทพฯ

          รศ.ดร. ตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการด้านผังเมือง กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ กทม. จะต้องเวนคืนที่ดินบริเวณที่มีการบุกรุกริมคลองกว่า 20,000 ครัวเรือนนี้ เพื่อเปิดทางการไหลของน้ำ หากปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้เป็นอุปสรรคในการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาวได้

          แหล่งข่าวจาก กทม. เปิดเผยว่า จากการสำรวจอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำคลองสาธารณะของพื้นที่ กทม. ทั้ง 50 เขตในปัจจุบัน เบื้องต้นมีประมาณ 23,500 หลังคาเรือน แต่หากคิดเป็นจำนวนคนร่วม 100,000 คน มีจำนวนคลองสาธารณะที่ถูกรุกล้ำรวมประมาณ 500 คลอง มีทั้งคลองสายหลักและสายย่อย

          โดยคลองสายหลักที่สำคัญที่ถูกรุกล้ำ เช่น คลองเปรมประชากร มีประมาณ 675 หลังคาเรือน, คลองลาดพร้าว ประมาณ 598 หลังคาเรือน, คลองบางเขน ประมาณ 1,033 หลังคาเรือน, คลองทวีวัฒนา ประมาณ 90 หลังคาเรือน เป็นต้น

          นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. เปิดเผยว่า ยอมรับว่าการระบายน้ำในพื้นที่ กทม. มีปัญหาเนื่องจากมีการปลูกสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำคลอง จากเดิมคลองต่างๆ สามารถระบายน้ำได้ 100% แต่ปัจจุบันกลับไม่เต็มที่ ล่าสุดให้สำนักงานเขตแต่ละเขตดูแลเรื่องการขุดลอกคลองเพื่อทันกับการรับมือกับน้ำในปีนี้แล้ว  ส่วนปัญหาการรุกล้ำลำคลองนั้นคงเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไป

          (จบข้อความคัดตัดตอนจากประชาชาติธุรกิจ)

          คิดไม่ออกขณะนี้ว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะช่วยกันฟื้นฟูบูรณะคูคลองใน กทม. ให้มีชีวิต

          เพราะผู้ว่าฯ กทม. มีแต่เขียนป้ายโฆษณาตัวเองปักข้างถนนว่าจะทำความสะอาดขุดลอกคูคลองแค่นั้น แต่สอดส่ายหาคูคลองสะอาดสะอ้านยังไม่เห็น

          แค่ปักป้ายโฆษณาคงไม่สำเร็จ ชาว กทม. ต้องร่วมกันทำอะไรสักอย่างหรือหลายอย่างด้วยตัวเอง เพื่อฟื้นฟูบูรณะคูคลองใน กทม.

          แต่ขณะนี้ผมคิดไม่ออก ใครคิดออก บอกด้วย}}