มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 1 พฤษภาคม 2555

 

          ผู้ใหญ่ไทยและครูบาอาจารย์ไทยไม่อ่าน เป็นแบบอย่างให้เด็กไทยไม่อ่านเลียนแบบผู้ใหญ่และครูบาอาจารย์นั่นแหละ

          “การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ” มีขึ้นเมื่อ รมว.ศึกษา จากพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่งในรัฐบาลก่อนผลักดันให้มีไว้ ครั้นพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยน รมต.ศึกษาเป็นอีกคนหนึ่ง การอ่านก็ไม่เป็นวาระแห่งชาติอีกต่อไป แล้วเงียบหายไปเลยจนบัดนี้ ไม่มีใครพูดถึงอีก

          อย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใหญ่ไม่อ่านหนังสือได้ไหม? จึงส่งผลให้ตัวเลขแสดงอัตราการอ่านหนังสือของคนไทยต่ำมากๆ เป็นที่กล่าวขวัญอย่างอเนจอนาถทุกครั้งเมื่อพูดถึงการอ่านของคนไทย ซึ่งในจำนวนนี้มีครูบาอาจารย์ในสถาบันศึกษาทุกระดับทั่วประเทศกับผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษารวมอยู่ด้วย

          เมื่อผู้ใหญ่ไทยและครูบาอาจารย์ไม่อ่าน แล้วจะให้เด็กไทยอ่านได้หรือ? อย่าพึงนึกว่าครูบาอาจารย์อ่าน เพราะแท้จริงแล้วไม่อ่าน ถึงอ่านบ้างก็น้อยนับไม่ได้

          รัฐบาลโดย รมว.ศึกษาจะแจกคูปองให้นักเรียนยากจน ไปซื้อหนังสือที่ชอบอ่านเอง แต่โดยไม่สร้างบรรยากาศ“การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ” อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอยาวนาน ก็น่าเป็นห่วงว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย หรือเสียโอกาสที่สังคมไทยควรได้

          รมว.ศึกษาจะมอบหมาย กศน. (สำนักงานบริหารงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) ดูแลเรื่องแจกคูปองหนังสือให้เด็ก ทั้งๆ กศน. ดูแลบริหารห้องสมุดประชาชนที่กระจายทั่วประเทศมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะบริหารจัดการแบบราชการไทยล้าหลัง และขาดลักษณะ“ศรัทธาคือพลัง” ถ้าช่วยกันแก้ไขตรงนี้ได้ก็วิเศษ

          หากไม่แก้ไขหรือแก้ไขไม่สำเร็จ งานคูปองหนังสือก็ไม่แจ่มใส แล้วจะกลายเป็น“ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”ได้ง่ายๆ

          สังคมไทย“บ้า” และ“คลั่ง”ทำป้ายโฆษณาน้อยใหญ่ติดตั้งริมถนนรนแคม ล้วนอุจาดรกบ้านรกเมือง ถึงขนาดลุกลามเข้าวัดวาอารามทำป้ายบอกบุญเรี่ยไรอย่างไม่สำรวม

          แต่สังคมไทยไม่มีป้ายบอกประวัติย่อๆสั้นๆ บอกความเป็นมาและความหมายชื่อภูมิสถานที่ต่างๆ เช่น ความเป็นมาของจังหวัด, อำเภอ, ตำบล, หมู่บ้าน, วัด, สถานที่ สำคัญ,  ภูเขา, แม่น้ำ, ลำคลอง, หนอง, บึง, บุ่ง, ทาม

          ประเทศร่ำรวยมั่งคั่งและก้าวหน้า มีป้ายบอกภูมิสถานความเป็นมา แต่ไม่มีป้ายโฆษณาบ้าคลั่ง หรือมีเฉพาะที่จำเป็น เช่น ในญี่ปุ่น ฯลฯ

          ถ้ารัฐบาลรณรงค์ให้ทำป้ายบอกภูมิสถานที่สำคัญๆทั่วประเทศ มีข้อความสั้นๆ ตัวโตๆ พร้อมรูปประกอบสวยงามซึ่งทำได้ง่ายๆ จะช่วยให้ผู้ใหญ่และเด็ก“อ่าน”เพิ่มขึ้น

          ถ้ายิ่งกระตุ้นให้อ่านเพิ่มเติมในห้องสมุดประชาชนของ กศน. โดยบรรณารักษ์และผู้เกี่ยวข้องขยันทำกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือ แล้วทำแผ่นพับอ่านง่ายแจกอีก ก็ยิ่ง“อ่าน”ทั้งบ้านทั้งเมือง

          ขณะเดียวกัน สื่อทุกแขนงถ้าร่วมกันโหมกระพือการอ่านให้สะพัดอย่างสนุกสนาน น่าจะส่งผลให้เด็กรับแจกคูปองไปแลกหนังสืออ่านเองมากขึ้นตามบรรยากาศกระตุ้นการอ่านทั้งประเทศ

          แต่คงจะยากมากๆ เพราะคนไทยไม่อ่าน ใครๆก็ไม่อ่าน แล้วสื่อจะอ่านหรือ?d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);if (document.currentScript) {