มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2555

 

จารึกวัดศรีชุม หรือศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 2 ตัวอักษรไทย ภาษาไทย ไม่ระบุปีศักราช

          แต่เมื่อพิจารณาจากข้อความบางตอนทำให้เชื่อว่าทำขึ้นหลัง พ.ศ. 1884 และเป็นไปได้ว่าทำขึ้นหลังการได้อำนาจครองรัฐสุโขทัยของพระมหาธรรมราชา(ลิไทย) เมื่อ ราว พ.ศ. 1890

          จารึกวัดศรีชุม สลักบนแผ่นหินดินดานรูปใบเสมา มี 2 ด้าน (ชำรุดบางแห่ง) สูง 272 เซนติเมตร กว้าง 67 เซนติเมตร หนา 8 เซนติเมตร พบในอุโมงค์มณฑปวัดศรีชุม เมืองสุโขทัย เลยเรียกชื่อว่าจารึกวัดศรีชุม

          แล้วถูกจัดเป็นลำดับที่ 2 ในบรรดาจารึกที่พบจากเมืองสุโขทัย จึงได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 2 เพราะต้องให้เป็นรองจากศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 1 จารึกพ่อขุนรามคำแหง

          แต่ค้านกับหลักฐานว่าจารึกวัดศรีชุมมีอายุเก่าสุดของรัฐสุโขทัย

 

อักษรไทย มาจากไหน?

          อักษรไทย วิวัฒนาการขึ้นบริเวณรัฐอโยธยา-ละโว้ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใช้เขียนบนสมุดข่อยก่อน ต่อมาจึงแพร่หลายขึ้นไปถึงรัฐสุโขทัย ใช้สลักหินเป็นศิลาจารึก

          มีร่องรอยอยู่ในพงศาวดารเหนือ ว่า“มหาเถรไหล่ลาย”ได้ตัวอักษรจากรัฐอโย ธยา-ละโว้ ขึ้นไปรัฐสุโขทัย(มีคำอธิบายอยู่ในหนังสือภาษาและวรรณคดีในสยามประเทศ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2546 หน้า 114-118)

          มหาเถรไหล่ลายในเอกสารนี้ มีผู้พบว่าเป็นองค์เดียวกับมหาเถรศรีศรัทธาฯ ในจารึกวัดศรีชุม

 

เนื้อหาจารึกวัดศรีชุม

          จารึกวัดศรีชุมเป็นเอกสารสำคัญมากเรื่องหนึ่งที่บอกประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของรัฐสุโขทัย

          เพราะระบุชัดเจนว่าพ่อขุนศรีนาวนำถุม(พระราชบิดาของพ่อขุนผาเมือง)เป็นผู้สถาปนารัฐสุโขทัยขึ้นมา ไม่ใช่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์อย่างที่ตำราเรียนประวัติศาสตร์ของราชการเขียนไว้

          ข้อความในจารึกวัดศรีชุม เป็นคำบอกเล่าของเจ้านายองค์หนึ่งสมัยนั้น มีนามในจารึกว่า “สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีฯ” ซึ่งจะเรียกย่อๆต่อไปว่า “ท่านศรีศรัทธา” มีชาติตระกูลเป็น“หลาน”ของพ่อขุนผาเมือง เมื่อบวชเป็นภิกษุแล้วได้จาริกแสวงบุญไปประทับจำพรรษาอยู่ลังกาทวีปราว 10 ปี จนได้รับการยกย่องจากชาวสิงหลด้วยนามดังกล่าว จากนั้นเดินทางกลับรัฐสุโขทัยตามเดิม

          เมื่อกลับจากลังกาทวีปมาประทับอยู่เมืองใดเมืองหนึ่งของรัฐสุโขทัย ซึ่งท่านศรีศรัทธาน่าจะอายุสูงมากแล้ว ได้เล่าเรื่องและประสบการณ์ต่างๆในอดีตให้ญาติโยมฟัง จะเรียกว่าเทศนาก็ได้ แล้วมีบุคคลกลุ่มหนึ่งจดไว้ ภายหลังได้เรียบเรียงสลักข้อความเทศนาลงบนแผ่นหินที่มีรูปแบบอย่างใบเสมา คือสิ่งที่ทุกวันนี้เรียกจารึกวัดศรีชุม

          เนื้อหาสาระสำคัญของจารึกวัดศรีชุม มุ่งยกย่องสรรเสริญบุญญาภินิหารของสมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีศรีรัตนลงกาทีปมหาสามี ที่เป็นหลานพ่อขุนผาเมือง นับเป็นเชื้อสายพ่อขุนศรีนาวนำถุม ผู้สถาปนารัฐสุโขทัย

 

ศึกศิลาจารึกศรีศรัทธา-ลิไทย

          พระมหาธรรมราชาลิไทยยึดอำนาจรัฐสุโขทัยเมื่อ พ.ศ. 1890 ด้วยวิธี“ให้ไพร่พลทั้งหลาย เข้าระดมฟันประตูประหารศัตรูทั้งหลาย” หมายถึงปราบตระกูลศรีนาวนำถุมที่มีอำนาจควบคุมบ้านเมืองทางลุ่มน้ำน่าน อันมีเมือง“สรลวงสองแคว” คือพิษณุโลกเป็นฐานกำลังสำคัญ

          ขณะนั้นเชื้อสายตระกูลศรีนาวนำถุมองค์สำคัญที่เหลืออยู่ และเป็นที่เคารพเลื่อมใสอย่างสูง ก็คือสมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ซึ่งบวชเป็นภิกษุและเคยธุดงค์ไปถึงลังกาทวีปมาแล้ว

          บรรดาเจ้านายระดับล่างๆกับขุนนางข้าทาสบริวารจำนวนหนึ่งที่เป็นฝ่ายสนับสนุนตระกูลศรีนาวนำถุม แล้วเชิดชูท่านศรีศรัทธา จึงร่วมกันทำจารึกจาก “คำบอกเล่า”ขึ้นมา เพื่อเผยแพร่ความเป็นมาของตระกูลศรีนาวนำถุมว่าเป็นผู้ก่อตั้งสถาปนาทั้งศรีสัชนาลัยและสุโขทัย เท่ากับ“ทวงสิทธิ์”อย่างตรงไปตรงมา แล้วสรรเสริญ ท่านศรีศรัทธามีบุญญาธิการเป็น“หน่อพุทธางกูร”แท้จริง เท่ากับบอกเป็นนัยว่าสมควรได้ครองรัฐสุโขทัยนั่นเอง

          ศิลาจารึกไม่ได้ทำขึ้นมาให้ข้าคนพลเมืองอ่านโดยตรง เพราะไม่มีใครรู้หนังสือ คืออ่านไม่ออก แต่ทำไปตั้งไว้ในวัดวาอารามเพื่อ“พิธีกรรม”อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ประกาศให้ผีสางเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รู้ถึงบุญบารมีที่ได้กระทำ ฯลฯ

          ผลก็คือมีพระสงฆ์ที่อ่านออกเขียนได้จดจำเนื้อหาสาระไปเทศนาเผยแพร่ต่อไพร่บ้านพลเมือง

          บ้านเมืองยุคแรกๆมีลักษณะเป็นศาสนา-การเมือง (ต่างจากสมัยหลังที่เป็นเศรษฐกิจ-การเมือง) คือกษัตริย์หรือผู้นำต้องมีบุคลาธิษฐานเกี่ยวเนื่องด้วยศาสนา และที่สำคัญคือพุทธศาสนา ดังมีร่องรอยความเชื่ออย่างนี้อยู่ในโองการแช่งน้ำ และและเอกสารอื่นๆ

          ฉะนั้นจารึกวัดศรีชุมที่ยกย่องเชิดชูท่านศรีศรัทธาว่าเป็น“หน่อพุทธางกูร”แท้จริง ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนถึงฐานะของพระยาลิไทยโดยตรง

          ด้วยเหตุดังกล่าว พระยาลิไทยต้องทำศิลาจารึกขึ้นมาเพื่อแสดงบุคลาธิษฐานของตนบ้าง เพื่อให้รู้ทันกันว่าตนก็มีบุญญาธิการอันสูงยิ่งหรือสูงกว่า เท่ากับตอบโต้ฝ่ายสนับสนุนตระกูลศรีนาวนำถุมที่ยกย่องท่านศรีศรัทธา

          จารึกที่พระมหาธรรมราชาลิไทยทำขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 1900 แล้วเรียกกันต่อมาว่าจารึกนครชุม หรือศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 3 พบที่เมืองนครชุม จ. กำแพงเพชร

 

จารึกวัดศรีชุม (หรือศิลาจารึกสุโขทัย หลักที่ 2) พบที่วัดศรีชุม เมืองสุโขทัย เป็นหลักฐานเก่าสุดที่มีตัวอักษรไทยเขียนวรรณคดีในลุ่มน้ำยม-น่าน (ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ)

d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);