มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2555

 

          มีผู้เขียนถามทั้งทางจดหมายและทางเฟซบุ๊ค ถึงละครเรื่องขุนเดชที่ออนแอร์ทางโทรทัศน์คราวนี้ โดยพาดพิงถึงไม้ตะพดกับหมวกกะโล่ของตัวละครขุนเดชตั้งแต่คราวก่อนด้วย

          ผมไม่ประสีประสาเรื่องขุนเดชที่ครั้งแรกทำเป็นหนังฉายตามโรงภาพยนตร์ ครั้งต่อๆมาทำเป็นละครโทรทัศน์ เพราะไม่เคยดูทั้งสองอย่าง แล้วไม่เคยเขียนถึงเลย

          ไม้ตะพดกับหมวกกะโล่ของขุนเดช เป็นยังไง? มายังไง? ไม่รู้เรื่อง ส่วนเพลงไตเติ้ลและดนตรีประกอบ ที่ผู้ถามบอกว่าแปลงจากเพลงเทพทอง ผมก็ไม่ได้เกี่ยวข้อง ใครทำไว้ยังไง? เมื่อไร? ไม่ทราบ

          เกี่ยวกับเทพทองผมได้ฟังครูดนตรีไทยบอกนานแล้วว่าเป็นเพลงโต้ตอบของชาวบ้านลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต่อมาครูปี่พาทย์จับลีลาแต่งเป็นทำนองเรียกเพลงเทพทอง แล้วมีนักดนตรีไทยบางคนด้นไปเองว่าเป็นเพลงเก่าแก่ครั้งสุโขทัย ซึ่งไม่เคยมีหลักฐานอย่างนั้น จึงไม่จริง

          มีแต่เมื่อ พ.ศ. 2510 ครูมนตรี ตราโมท เอาทำนองเทพทองไปปรับแปลงเป็นเพลงประกอบระบำโบราณคดีชุดสุโขทัย ซึ่งต้องเป็นเพลงแต่งใหม่สมัยกรุงเทพฯ ร.9 ขณะนั้นผมยังเป็นนักเรียนสอบตกที่คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร เลยยกทำนอง (เฉพาะชั้นเดียว) จากระบำสุโขทัยไปใส่เนื้อร้อง ให้นักศึกษาร้องกันเล่นๆ สนุกๆ ว่า

          โพล้เพล้                โพล้เพล้

พระลบร่อนเร่                       จะหลบจะลี้

สถูปสถาน                           โบราณคดี

พระพายหลวงป่า                  มหาธาตุเป็นธุลี

กว่าจะถึงพรุ่งนี้                     ก็สิ้นศรีสุโขทัย

          กลางดงกลางป่า      ศรีสัชนาลัย

ช้างล้อม สวนแก้ว                  เจ็ดแถว น้อยใจ

พวกเรา เร็วไว                       ความหวัง ตั้งใจ

ศรีสัชนาลัย                          สุโขทัย มั่นคง

          สรุป เรื่องเพลงเทพทองที่ผมรู้จัก ไม่เกี่ยวกับละครโทรทัศน์ใดๆทั้งสิ้น

          ละครโทรทัศน์เรื่องขุนเดช จะเกี่ยวข้องกับเรื่องสั้นชุดขุนเดชที่ผมเขียนหรือเปล่า? ก็ไม่ทราบ

          แต่ต้องยกย่องว่าละครโทรทัศน์เรื่องขุนเดช เป็นฝีมือประพันธ์ของคนเขียนบทโทรทัศน์เป็นคราวๆ ที่เป็นความจำเป็นสำคัญมากของหนังและละคร ต้องแปลงภาษาเรื่องสั้นหรือนิยาย ให้เป็นภาษาหนัง, ภาษาละคร ซึ่งไม่ใช่ผม เพราะผมทำไม่เป็น แล้วไม่เคยทำเลย จึงเกือบพูดได้ว่าสถานีโทรทัศน์ซื้อเฉพาะชื่อเรื่องและพฤติกรรมบางอย่างของขุนเดชไปใช้งานเท่านั้น

          ผมไม่เคยรู้เรื่องการสร้างหนังและละครเรื่องขุนเดช ไม่ว่าครั้งแรก, ครั้งหลัง, หรือครั้งไหนๆ แม้ผู้สร้างและผู้กำกับจะให้เกียรติด้วยการขอให้ช่วยแนะนำกำหนดอะไรต่อมิอะไรบ้าง ผมก็ไม่ขอรับ เพราะไม่สมควรได้รับเกียรติขนาดนั้น มันมากเกินฐานะและความรู้จึงปฏิเสธทั้งหมด ไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรแม้สักอย่างเดียว

          นี่แหละ ผมจึงตอบคำถามอะไรๆ ของใครๆ เกี่ยวกับละครเรื่องขุนเดชไม่ได้ทั้งนั้น

          ขุนเดชไม่ใช่ของผม เพราะหมดสิทธิ์ตั้งแต่แรกเป็นเรื่องสั้น พิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณะเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว