มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 25 เมษายน 2555

 

          “หมั่นไส้นักเขียน กวี ชอบแต่งตัวมีเครื่องแบบ แต่งตัวให้หมาเห่า ไม่รู้แม่งแต่งไปทำไม

          บางทีงานมึงไม่ใหญ่ แต่ตัวมึงแม่งใหญ่”

          “ผมสรุปว่ากบฏเท่านั้นที่มีความคิดสร้างสรรค์

          ยอมจำนนไม่มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะโลกมันเจริญด้วยความคิดกบฏ”

          ข้อความยกมาไม่ใช่บทกวี แต่เป็นบทสัมภาษณ์ของทองธัช เทพารักษ์(ศิลปินฝ่ายประชาชน มีฉายาว่า “เพชฌฆาตหมื่นปก” เพราะออกแบบปกหนังสือจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน) ให้สัมภาษณ์วรพจน์ พันธุ์พงศ์ กับธิติ มีแต้ม พิมพ์ในหนังสือชื่อความมืดกลางแสงแดด

          ชื่อหนังสือมายังไง? หมายถึงอะไร? วรพจน์เขียนบอกเล่าไว้เองในบทนำฉายไฟไล่ความมืดว่า

          ‘ความมืดกลางแสงแดด’

          ผมเลือกใช้ชื่อนี้ ชอบชื่อนี้เพราะนี่คือภาพที่เห็น คืออารมณ์ความรู้สึกจากการเฝ้าติดตามศึกษาเรื่องเกี่ยวกับ ม.112 ในตลอดรอบปีที่ผ่านมา

          แสงแดดสว่างจ้า โลกก้าวหน้าไปไกล แต่ดูเหมือนวุฒิภาวะในการใช้เหตุผลของคนเราน้อยลงๆ

          กระทั่งมีบางกลุ่มบางพวกเริ่มไม่ใช้เหตุผล

          จากรัฐประหาร จากม็อบของทั้งสองสีเสื้อ และจากการถืออาวุธสงครามมายิงคนกลางเมือง วันหนึ่งสังคมไทยก็เดินทางมาถึงจุดเปราะบางมากที่สุด อ่อนไหวที่สุด และสุ่มเสี่ยงที่จะปะทะกันรุนแรงมากที่สุด

          ในทุกปัญหา ผมเห็นว่าเราควรพูดคุยกัน ยิ่งเรื่องไหนสำคัญมาก เกี่ยวพันกับคนหมู่มาก ผมเห็นว่าเรายิ่งต้องพูดคุยกัน ‘คุยในที่แจ้ง’

          ผมเลือกศึกษาเรื่อง 112 เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ยังมีพื้นที่พูดคุยน้อย ที่จริงก็คงไม่น้อย แต่เราถนัดซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด ทั้งโดยความตั้งใจและถูกผลักไสให้หวาดกลัว

          ความมืด ความเงียบและความกลัวที่ว่ากำลังกร่อนทำร้ายผู้คน ทั้งในเชิงปัจเจก สัมพันธภาพ และการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยเฉพาะกับผู้มีความคิดความเชื่อแตกต่าง สะสมข้อมูลมาคนละชุด

 

 

          วรพจน์บอกเล่าเนื้อหาทั้งเล่มในหนังสือนี้ว่า

          “หนังสือ ‘ความมืดกลางแสงแดด’ ถูกจัดวางสร้างทำมาในด้านเดียว คือเป็นเสียงจากเหยื่อและฝ่ายที่เห็นว่ากฎหมายนี้มีปัญหาจึงเสนอให้ปรับปรุงแก้ไข จงใจไม่ใส่เรื่องราวของผู้คัดค้านเพราะต้องการเปิดพื้นที่ให้อย่างพอเพียงกับเสียงที่เป็นคนกลุ่มน้อยของสังคม จะว่าไปก็เป็นการแสดงจุดยืนของตัวผมเองด้วย ทั้งในนามคณะนักเขียนแสงสำนึก และคณะรณรงค์แก้ไข ม.112

          ฝ่ายค้านนั้นมีพื้นที่เหลือเฟืออยู่แล้ว มีสื่อกระแสหลักโอบอุ้ม มีเกราะกำแพง มีทุกสิ่งทุกอย่าง