มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2555

 

          โขน เล่นเรื่องเดียว คือรามเกียรติ์ แล้วไม่เล่นเรื่องอื่นเลย

          ดังนั้นเมื่อจะเล่นโขน จึงไม่ต้องประกาศว่าเล่นเรื่องรามเกียรติ์ แต่ประกาศเล่นตอนอะไรไปทีเดียว เช่น โขนตอนนางลอย ไม่ต้องประกาศว่าโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางลอย คนแต่ก่อนก็รู้ว่าเรื่องรามเกียรติ์

          แต่สังคมปัจจุบันไม่ใช่อย่างเก่าอีก จึงไม่รับรู้เรื่องโขนเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นผู้ประกาศทางโทรทัศน์จึงต้องย้ำทุกครั้งว่าจะมีโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนางลอย เพราะเกรงว่าคนสมัยนี้จะไม่รู้ว่าโขนเล่นเรื่องรามเกียรติ์

          ละคร เล่นเรื่องรามเกียรติ์ แล้วเล่นเรื่องอื่นๆอีกทุกเรื่องที่มีบทละคร เช่น อุณรุท, อิเหนา, พระอภัยมณี, เงาะป่า, ขุนช้างขุนแผน, ราชาธิราช, สามก๊ก, ฯลฯ ดังนั้นเมื่อจะเล่นละครต้องประกาศว่าเล่นเรื่องอะไร? ตอนอะไร?

          โขน กับ ละคร นักปราชญ์แต่ก่อนอธิบายว่าเป็นคำเดียวกัน มีรากจากตระกูลภาษาชวา-มลายู แล้วกัมพูชารับมาเรียก“ละโคนพระกรุณา” หมายถึงละครหลวงในราชสำนักกัมพูชา

          ส่วนไทยรับคำนี้จากกัมพูชาผ่านขอม เลยเรียกแยกเป็น 2 คำ ว่า โขน กับ ละคร (สมัยก่อนสะกดว่า ละคอน เพราะไม่ใช่คำจากบาลี-สันสกฤต) แต่นักปราชญ์ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดจึงเรียกแยกกันอย่างนั้น ทุกวันนี้จึงยังไม่มีคำอธิบาย

          ละครมีทั่วไปในอุษาคเนย์ ไทยรับคำชวา-มลายูมาเรียกการละเล่นอย่างนี้ว่าละครมาแต่แรก

          โขน มีกำเนิดในราชสำนักกัมพูชา เรียก“ละโคนพระกรุณา” ไทยรับการละเล่นอย่างนี้จากกัมพูชาแล้วรับคำว่า“ละโคน”มาเรียกอย่างลิ้นไทยว่า“โขน”

          ยุคแรกๆสมัยต้นอยุธยา โขนต้องใส่หน้ากากเป็นพระ, นาง, ยักษ์, ลิง เพราะเป็นการละเล่นศักดิ์สิทธิ์ ผู้เล่นต้องทำพิธีเหมือนเข้าทรง เพื่อกำจัดตัวตนแท้จริง แล้วเข้าสิงโดยตัวตนใหม่ตามหน้ากากที่สวมปิดหน้าจริงไว้

          บางทีเรียกอย่างสมัยใหม่ว่า นาฏกรรมสวมหน้ากาก หรือ mask play

          หน้ากาก เป็นวัฒนธรรมพื้นเมืองดั้งเดิมของภูมิภาคอุษาคเนย์ไม่น้อยกว่า 2,500 ปีมาแล้ว พบภาพเขียนสีรูปหน้ากากบนหน้าผาที่เขาสามร้อยยอด (อ. สามร้อยยอด  จ. ประจวบคีรีขันธ์)

          (กาก ในที่นี้หมายถึง ไม่จริง, ไม่ดี เช่น กากเดน ดังนั้นหน้ากาก คือ หน้าไม่จริงที่ใช้ปิดหน้าจริง)

          หัวโขน เป็นนวัตกรรมใหม่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ราวหลัง ร.2 ลงมา ทุกวันนี้เรียก“ศีรษะโขน” ใช้สวมหัวปิดหน้าถึงคางผู้เล่น

          ที่เรียกหัวโขน หรือศีรษะโขน เพราะทำเป็นรูปหัวหรือศีรษะพระ, นาง, ยักษ์, ลิง ตามเรื่องรามเกียรติ์ แต่กลวง ใช้สวมหัวคนเล่นโขน

          นับแต่นั้น คำว่าโขนก็เพิ่มความหมายว่า หัว เช่น เรียกหัวเรือว่า โขนเรือ, เรียกคนสวมใส่หัวเป็นผีว่า ผีตาโขน, เรียกแผ่นไม้ปิดหัวและท้ายรางระนาดว่า โขน (รางระนาด)d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);