มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน 2555

 

          ชุมชนดึกดำบรรพ์ในสุวรรณภูมิ มีประเพณีเลี้ยงผีบรรพชนหลังฤดูเก็บเกี่ยวในหน้าแล้งอยู่ก่อนรับสงกรานต์จากอินเดีย

          เมื่อสงกรานต์ของราชสำนักแพร่หลายไปสู่ชุมชนชาวบ้าน พวกชาวบ้านก็ผนวกเลี้ยงผีพื้นเมืองเข้ากับสงกรานต์ ผีสำคัญของกัมพูชาลุ่มน้ำโขงและไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา คือ “แม่สี” (ที่คนยุคหลังๆไม่เข้าใจ เลยจับบวชบังคับให้เป็นบาลี-สันสกฤต แล้วสะกดว่า “แม่ศรี”)

          แม่สี มีศัพท์ 2 คำรวมกัน คือ แม่ เป็นคำพื้นเมืองดั้งเดิมของอุษาคเนย์ กับ สี เป็นคำเขมรที่กร่อนจากสรี อ่าน “แม่-สะ-รี” ฉะนั้นบางท้องถิ่นในประเทศไทยใกล้เขมรจะเขียนว่า แม่สี ซึ่งถูกต้องใกล้เคียงรากเหง้าเก่าแก่ที่สุด

          แม่ ตรงกับคำเขมรว่า เม หมายถึง หัวหน้า หรือผู้เป็นใหญ่ เช่น แม่ทัพ แม่น้ำ ฯลฯ

          สรี เป็นคำเขมรว่า สฺรี อ่าน เซฺร็ย กลายมาจากคำว่า สฺตฺรี หมายถึงผู้หญิง

          เมื่อรวมเข้าเป็น แม่สรี หรือ แม่สี ก็หมายถึง หญิงผู้เป็นใหญ่ หรือ ผู้หญิงที่เป็นหัวหน้า

          ผู้หญิงที่เป็นหัวหน้ามีทั่วไปทั้งโลกยุคเริ่มแรก แต่เฉพาะภูมิภาคอุษาคเนย์มีร่องรอยและหลักฐานชัดเจนเป็นที่รู้ทั่วไป เช่น นิทานกำเนิดบ้านเมืองและรัฐทั้งเขมรและมอญ ฯลฯ

          โดยเฉพาะเขมรมีนิทานเรื่องนางนาค แล้วไทยรับนิทานเรื่องนี้มา ยังเหลือเค้าอยู่ในกฎมณเฑียรบาลยุคอยุธยาชื่อพระราชพิธีเบาะพก ว่าพระเจ้าแผ่นดินต้องบรรทมด้วยแม่หยัวพระพี่ ก็คือ “นางนาค” อย่างเดียวกับนิทานของนครธม

          คนแต่ก่อนต้องทำพิธีเลี้ยงผีบรรพชนในวันขึ้นฤดูกาลใหม่คือเดือนอ้าย แล้วภายหลังเปลี่ยนไปเลี้ยงผีตอนมหาสงกรานต์เดือนห้า ด้วยการเชิญผีมา ลงทรง หรือ เข้าทรง เพื่อขอคำทำนายทายทักว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารปีต่อไปที่จะมาถึง (ในเดือน 6 แล้วฝนตกในเดือน 8) จะอุดมสมบูรณ์หรือจะล่มแล้งแห้งตาย จะได้เตรียมตัวรับสถานการณ์ได้ถูกต้อง