มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2555

 

          ภาษาอังกฤษ จะเป็นภาษากลางการสื่อสารในประชาคมอาเซียน ไทยเลยตื่นดก แล้วพากันร้องแรกแหกกระเชอให้เตรียมพร้อมด้วยการเรียนภาษาอังกฤษ

          แต่การเรียนการสอนภาษาอังกฤษของไทยล้มเหลวมานานนับศตวรรษ เพราะระบบการเมืองแบบเจ้าขุนมูลนายไม่อนุญาตให้ผู้น้อยแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ส่งผลให้ไทยเรียนภาษาอังกฤษอย่างท่องบาลี แล้วครอบงำให้เชื่อไวยากรณ์เป็นสรณะแต่อย่างเดียว จนไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัวสอบตกภาษาอังกฤษ เลยพากันตกวิชาอื่นด้วย

          บางพวกหวังดีเกินขนาดพากันเรียกร้องให้ชาวบ้านชาวนาชาวไร่เตรียมเรียนพูดภาษาอังกฤษด้วย จะได้เจรจาต่อรองกับอาเซียนรู้เรื่อง ซึ่งจะให้เป็นไปได้จริงๆก็คงต้องรออีก 1 ศตวรรษเป็นอย่างน้อย

          เมื่อเร็วๆนี้มีอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ท่านหนึ่งแนะทางออกที่มีประสิทธิภาพกว่า คือแทนที่จะทุ่มเทเรียนพูดภาษาอังกฤษ ก็ให้มีทางเลือกเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้านด้วยจะดีกว่า และเป็นไปได้มากกว่า

          ใครอยู่ใกล้ลาวเรียนพูดลาว ใครอยู่ใกล้เขมรเรียนพูดเขมร ใครอยู่ใกล้พม่าเรียนพูดพม่า ใครอยู่ใกล้มาเลเซียเรียนพูดมลายู ใครติดต่อเวียดนามเรียนพูดเวียดนาม ฯลฯ

          ผู้อยู่พรมแดนใกล้ชิดติดกันส่วนมากจะมีพื้นฐานถ้อยคำภาษาร่วมกันในระดับหนึ่งอยู่แล้ว จะยิ่งเรียนรู้ได้เร็ว

          แต่ใครอยากพูดอังกฤษก็เรียนพูดอังกฤษไปด้วย ไม่เสียหาย แล้วทุ่มเทให้มีการเรียนการสอนเพื่อคนรุ่นต่อไป

          ผมได้ยินข้อแนะนำอย่างนี้แล้วรู้สึกปลอดโปร่งโล่งอก เพราะชาวบ้านต่อชาวบ้าน ถ้าพูดจาด้วยภาษาของอีกฝ่ายหนึ่งรู้เรื่องเข้าใจ ย่อมดีกว่าพูดผ่านภาษาอังกฤษแน่ๆ

          ถ้าพูดได้ แล้วอ่านเขียนได้ด้วย จะยิ่งเป็นคุณูปการต่อการศึกษาภาษาและวรรณคดี รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่มีร่วมกันอย่างลึกซึ้ง จะทำให้เข้าอกเข้าใจรากเหง้าเผ่าพันธุ์ว่ามีบรรพชนร่วมกันมาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัญหาระหองระแหงย่อมลดลงจนไม่มี

          สถาบันที่มีการเรียนการสอนภาษาและวรรณคดีของประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียน ควรกระตือรือร้นเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องนี้ เพราะเป็นสิ่งมีค่ามหาศาล ทั้งต่ออดีต ปัจจุบัน และอนาคต

          อย่ามัวแต่หลงทางยกตนเป็นผู้พิทักษ์ภาษาและวรรณคดีไทย ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความก้าวหน้าของสังคมd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);