มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2555

 


          ประวัติศาสตร์ เป็น“นิยาย”ชุดหนึ่ง นิยายก็เป็น“ประวัติศาสตร์”อีกชุดหนึ่งเช่นกัน

          พระราชนุกิจ บอกไว้ตอนหนึ่งว่า “6 ทุ่มเบิกเสภาดนตรี  7 ทุ่มเบิกนิยาย” พอถึง  “8 ทุ่ม” ก็เข้าพระบรรทม

          ตรง “7 ทุ่มเบิกนิยาย” หมายถึง เบิกนักปราชญ์ราชครูเล่าถวายเรื่องตำนานพงศาวดาร

          “นิยาย”ตรงนี้หมายถึงตำนานพงศาวดาร สอดคล้องกับประวัติศาสตร์เป็น“นิยาย”ชุดหนึ่ง

          สามก๊ก มาจากพงศาวดารจีน ราชาธิราช มาจากพงศาวดารมอญ แต่ไทยจัดพงศาวดารจีนกับพงศาวดารมอญเป็นวรรณคดี อย่างนี้แล้วพงศาวดารไทยก็เป็นวรรณคดีด้วย

          พงศาวดารไทยทั้งอยุธยาและรัตนโกสินทร์ เขียนแบบ“นิยาย” มีบทพูดเจรจา มีบรรยากาศ มีลักษณะพระเอก ผู้ร้าย ใครอยากรู้ให้เปิดอ่านได้เลย โดยเฉพาะพระราชพงศาวดารฯ ฉบับพระราชหัตถเลขา อ่านสนุกเหมือนนิยายยังไงยังงั้น บางฉากสนุกกว่านิยายแต่งใหม่ เช่น ฉากประกาศอิสรภาพ, ฉากยุทธหัตถี, ฯลฯ

          เมื่อเป็นอย่างนี้ถึงมีผู้รู้ทักท้วงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทย อย่ามีลักษณะ“สอนให้จำ ทำให้เชื่อ” ในที่สุดก็พากันเชื่ออย่างเชื่องๆ

          กรุงแตก ยศล่มแล้ว ผมไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะเอามาจากพงศาวดารฯ ที่เป็น“นิยาย”เกือบสมบูรณ์แล้ว