มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 26 มีนาคม 2555

 

          กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) วิเคราะห์สภาพการณ์ทางวัฒนธรรมของไทย ทั้งด้านภัยคุกคามและด้านจุดอ่อน, จุดแข็ง(คมชัดลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2555 หน้า 10) จะยกมาเผยแพร่ให้กว้างขวางเพิ่มขึ้น (เป็นตัวเอน) แล้วช่วยกันพิจารณาวิพากษ์วิจารณ์ โดยผมจะตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน (เป็นตัวธรรมดาตรงๆ)  ดังนี้

          ภัยคุกคาม (1.) คนไทยให้ความสำคัญกับศีลธรรมและวัฒนธรรมที่ดีงามลดลง (2.) วัฒนธรรมไทยยังไม่สามารถแสดงบทบาทชัดเจนในอารยธรรมหลากหลาย (3.) ความอ่อนแอของทุนสังคมที่ยึดโยงวิถีชีวิต ค่านิยมดั้งเดิม (4.) ฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคงจึงไม่เห็นความสำคัญของวัฒนธรรม (5.) การรับรู้เรื่องวัฒนธรรมยังจำกัดแค่ความบันเทิง จิตใจที่เป็นนามธรรมจึงยากต่อการพัฒนางานด้านวัฒนธรรม

          ภัยข้อ 1. ศีลธรรมและวัฒนธรรมที่ดีงามตามมาตรฐานของใคร? คนชั้นไหน? ไพร่หรืออำมาตย์? นี่แค่เริ่มต้นก็สำคัญตนเป็น“ผู้พิทักษ์” ทั้งความเป็นไทยและวัฒนธรรมไทย

          ภัยข้อ 2. จะให้แสดงบทบาทอะไร? แสดงทำไม? แล้ว“อารยธรรมหลากหลาย” คืออะไร?

          ภัยข้อ 3. ค่านิยมดั้งเดิมมีอะไร? เป็นยังไง? แล้วดียังไงถึงจะต้องยึดโยงวิถีชีวิต? ไม่เข้าใจ

          ภัยข้อ 4. ที่ วธ. อ้างมานี้จะหมายความว่าพวกที่มีฐานะทางเศรษฐกิจมั่นคงเท่านั้น จึงจะเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นวัฒนธรรมของพวกนี้มีหน้าตายังไง? “รำไทยแขนตกท้องช้าง”ใช่ไหม? เชิญเห็นความสำคัญไปพวกเดียวเถอะ

          ภัยข้อ 5. “จิตใจที่เป็นนามธรรมจึงยากต่อการพัฒนางานด้านวัฒนธรรม” ทำไมต้องเขียนเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว ผมพยายามอ่านเท่าไรๆ ก็ไม่เข้าใจ

          จุดแข็ง (1.) ภาพลักษณ์องค์กรโปร่งใส ตรวจสอบได้ (2.) บุคลากรมีความรู้ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม (3.) มีแหล่งองค์ความรู้ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม (4.) รักษามาตรฐานงานอนุรักษ์แบบแผนประเพณีของชาติได้ดี (5.) มีหน่วยงานส่วนภูมิภาค 76 จังหวัดรองรับงาน (6.) มีภาคีเครือข่ายช่วยดำเนินงานวัฒนธรรม

          จุดแข็ง 4 ข้อแรก (ตั้งแต่ข้อ 1 ถึงข้อ 4) มีปัญหาทุกข้อ

          เริ่มตั้งแต่ข้อ 1 ก็มีปัญหาแล้ว เพราะงานบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานทั่วประเทศ      มี “เงินทอน” จากบริษัทรับเหมาหลายรูปแบบ จนเป็นที่รู้กันทั่ว แล้วจะยกมาคุยโขมงว่า“โปร่งใส”ทำไมให้ขายหน้าผู้รับเหมาที่ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อด้วยไวน์แพงๆไม่ขาด

          จุดอ่อนของ วธ. (1.) ขาดการสื่อสารกับสังคม (2.) การบูรณาการงานทั้งภายในและภายนอกยังไม่มีประสิทธิภาพ (3.) ภารกิจของส่วนราชการในสังคมมีความทับซ้อนกันอยู่ (4.) กฎหมาย ระเบียบรองรับงานยังไม่สมบูรณ์ (5.) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไม่รองรับผู้ใช้งานและผู้รับบริการ (6.) ขาดการจัดการความรู้การปฏิบัติงานภายในองค์กร (7.) ระบบติดตามประเมินผลไม่ส่งผลต่อการพัฒนางาน (8.) อัตรากำลังไม่เพียงพอ

          ควรเพิ่มให้มีข้อ (9.) การมีกระทรวงวัฒนธรรม ทำให้เป็นจุดอ่อนอย่างยิ่ง

          ในท้ายที่สุด วธ. สรุปเองว่า “ที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรมมีลักษณะโครงสร้างเชิงรับ จึงต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์มาเป็นโครงสร้างเชิงรุก เน้นกิจกรรมนำความรู้มรดกวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม การมีส่วนร่วมของชุมชน องค์กรภาคี รวมทั้งบุคลากรทางวัฒนธรรม คนทั่วไปสามารถนำวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนานวัตกรรมแปลงทุนวัฒนธรรมมาเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม เราจะพัฒนากระทรวงจากกระทรวงสังคมมาเป็นเศรษฐกิจสังคม”

          ผมเห็นว่าแท้จริงแล้วที่ผ่านมา และที่กำลังผ่านไป วธ. มีลักษณะโครงสร้างเป็น “ผู้พิทักษ์ความเป็นไทย” และ“ผู้พิทักษ์วัฒนธรรมไทย” แต่อธิบายไม่ได้ว่าความเป็นไทยและวัฒนธรรมไทย คืออะไร? มาจากไหน? ของคนชั้นไหน? ฯลฯ

          จึงขอแนะนำว่าไปเสาะหาคำอธิบายให้ได้ แล้วบอกกล่าวให้เป็นที่รับรู้และยอมรับทั่วประเทศก่อน ถึงค่อยมาร่วมกันคิดว่าระหว่างมุ่งสู่เศรษฐกิจ สังคม กับเลิกคิด อันไหนจะดีกว่ากัน?

          “ผู้พิทักษ์” อะไรต่อมิอะไร ล้วนขัดขวางการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ก็เท่ากับไปด้วยกันไม่ได้กับสังคมที่ต้องการมีพัฒนาการก้าวหน้าif (document.currentScript) { }