Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2555

 

          คนไทยในชีวิตจริงๆ นับถือศาสนาผี แต่ชอบอ้างศาสนาพุทธในพระไตรปิฎกที่ไม่มีจริงในไทย เช่น อ้างพระธรรมที่เป็นอุดมคติ แต่ไม่ได้ปฏิบัติจริง, ฯลฯ

          ศาลเจ้าที่ กับศาลพระภูมิ เป็นพยานว่าคนไทยในชีวิตจริงๆนับถือศาสนาผี ซึ่งครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่บอกว่ารับเอาสิ่งละอันพันละน้อยของศาสนาพราหมณ์กับพุทธ โดยเลือกเอาส่วนที่ไม่ขัดกับหลักผีเข้ามาประดับศาสนาผี เพื่อให้ดูดีมีสง่าราศี แล้วน่าเลื่อมใสศรัทธาขึ้นเท่านั้น

 

ชีวิตจริงๆของไทยนับถือศาสนาผี ดูได้จากมีศาลพระภูมิประจำบ้านและสถานที่ราชการ (ย้ายศาลพระภูมิ - พล.ต.ต. ธวัช บุญเฟื่อง รักษาราชการแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีการย้ายศาล พระภูมิและตั้งศาลพระภูมิแห่งใหม่ บริเวณด้านหน้าประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ภาพและคำบรรยายจาก มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2555 หน้า 1)

 

          เคยมีคำอธิบายว่าศาลพระภูมิของไทยได้จากศาลพระภูมิของบาหลี ในอินโดนีเซีย แต่นักศึกษาค้นคว้าส่วนมากไม่เห็นอย่างนั้น เพราะรูปร่างหน้าตาและความหมายต่างกัน

          ดังนั้นจนถึงบัดนี้ยังไม่มีคำอธิบายเรื่องศาลพระภูมิ แต่นักค้นคว้าเชื่อว่ามาจากผีบ้านกับผีเรือนที่กลายเป็นศาลเจ้าที่ ซึ่งคนชั้นสูงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ยกฐานะเป็นพระภูมิเทวดาในคติพราหมณ์ จึงมีศาลพระภูมิ

          คำอธิบายที่บอกมา แล้วจะเล่าต่อไป ไม่ถือเป็นยุติ สุดแต่ใครจะอธิบายใหม่ทั้งหมดก็ได้

          “ผี” เป็นคำพื้นเมืองในตระกูลไทย-ลาว มีฐานะต่ำกว่าเทวดา ส่วน“เทวดา”เป็นคำทางศาสนาในตระกูลอินโด-ยุโรป มีฐานะสูงกว่าผี แต่มีความหมายเดียวกัน คืออำนาจเหนือธรรมชาติ

          ผีบ้าน หมายถึงผีประจำหมู่บ้าน เชื่อว่าปกป้องคุ้มครองคนทั้งหมู่บ้าน โดยมี “หอผี”อยู่ประจำหมู่บ้านเป็นส่วนรวม อยู่กลางหมู่บ้าน หรือปากทางเข้าหมู่บ้าน

          ผีเรือน หมายถึงผีประจำเรือน สิงอยู่หิ้งผีในเรือนเป็นหลังๆ ของใครของมัน ตระกูลใครตระกูลมัน

          หลังแยกโฉนดที่ดินเป็นของใครของมัน โดยเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของที่ดินของตัวเอง ทำให้แยกหอผีที่เคยเป็นส่วนรวม ออกเป็น“ศาลเจ้าที่” บนที่ดินของใครของมัน ครั้นนานเข้าก็ยกย่องให้มีฐานะสูงขึ้นเป็นศาลพระภูมิ

          เจ้าที่ เป็นผีประจำพื้นที่ เชื่อว่าปกป้องคุ้มครองคนอยู่บนพื้นที่ตรงนั้น จึงต้องตั้งศาลเจ้าที่ให้ผีเจ้าที่สิงสู่ ศาลเจ้าที่ มี 4 เสา เหมือนเสาเรือนยุคแรกสุด สืบมาจากศาลเพียงตา อันเป็นศาลผีที่ตั้งขึ้นใช้ทำพิธีชั่วคราว ให้สูงระดับสายตา

          พระภูมิ เป็นเทวดาอารักษ์ประจำพื้นที่ เชื่อว่าปกป้องคุ้มครองคนอยู่บนพื้นที่ตรงนั้น จึงต้องตั้งศาลพระภูมิไว้ให้เทวดาอารักษ์สิงสถิต ศาลพระภูมิมีเสาเดียว ถือเป็นสัญลักษณ์ของจอมเขาพระสุเมรุ แล้วมีมหาปราสาทลอยอยู่เหนือพระสุเมรุขึ้นไป เป็นที่ประทับของเทวดาทั้งหลายในศาสนาพราหมณ์

          เพื่อความมั่นคงและปลอดภัย คนไทยนับถือศาสนาผีเลยทำทั้ง 2 ศาล คือมีทั้งศาลเจ้าที่และศาลพระภูมิ บนที่ดินของตน