มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม 2555

 

          เดินขึ้นบันไดจะไปดูพิพิธภัณฑ์ที่วังจันทน์เกษม อยุธยา สวนทางกับ แพน – เผ่าทอง ทองเจือ ที่กำลังพาคณะท่องเที่ยวลงบันไดจะไปที่อื่นต่ออีก เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา

          (วัง)จันทน์เกษม หมายถึงมีความสุขสบายหอมหวนด้วยกลิ่นไม้จันทน์ มีชื่อ เรือนจันทน์, ตำหนักจันทน์ เป็นพยาน ว่าไม่ใช่ “จันทร์เกษม”

          แพน บอกว่ากำลังเป็นพ่อค้าข้าว มีข้าว(เล็บนก)เผ่าทอง, ข้าวเหนียวเผ่าทอง, ข้าวกล้องเผ่าทอง, ปลายข้าวเผ่าทอง

          ข้าวเผ่าทองพวกนี้ที่เขาบอก ผมอ่านมาก่อนแล้วในนิตยสารเส้นทางเศรษฐี มีทั้งข้าวเจ้าและข้าวไพร่ (คือ ข้าวเหนียว)

          เรื่องข้าวมีหลักฐานโบราณคดีว่าพบในดินแดนไทยตั้งแต่ราว 5,000 ปีมาแล้วเป็นอย่างน้อย แต่ไทยไม่เคยยกเรื่องนี้อธิบายความเป็นมา เพราะไม่ใส่ใจประวัติศาสตร์สังคม มัวแต่งมงายประวัติศาสตร์ศิลป์ของคนชั้นสูง

          ทักทายกับแพน เผ่าทองแล้ว ผมก็ขึ้นไปในอาคาร เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ที่เฝ้าห้องจัดแสดงบอกว่าถ่ายรูปได้ตามสบาย ไม่ห้ามเหมือนแต่ก่อนที่ผู้บริหารถูกครอบงำด้วยวิธีคิดแบบอาณานิคม ราว 100 ปีมาแล้ว

          นับเป็นความก้าวหน้าของราชการพิพิธภัณฑ์ไทย แต่คิดช้ากว่านานาอารยประเทศ เจ้าอาณานิคม ราว 50 ปี – ก็ยังดีกว่า ทันสมัย แต่ไร้สมอง

          ตรงสนามหญ้าท้ายวังจันทน์เกษม มีโรงเก็บของไม่กั้นฝา แต่มีลวดตาข่ายบุไว้โดยรอบ จึงมองเห็นซากเศษโบราณศิลปวัตถุหินทรายขนาดใหญ่ๆวางเรียงเป็นระเบียบ มีเจ้าหน้าที่นั่งคุยกันอยู่ข้างหน้า

 

โรงเก็บโบราณศิลปวัตถุท้ายวังจันทน์เกษม อยุธยา มีแต่หินก้อนโตๆที่มีค่าทางวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี ควรมีประกาศเชิญชวนให้ไปชมแล้วถ่ายรูป ไม่ใช่ห้าม

 

          “ห้ามถ่ายรูปค่ะ” เจ้าหน้าที่ตะโกนบอกผู้สื่อข่าวหนังสือท่องเที่ยวสาวหนึ่ง กับนักศึกษาระดับตรีและโทอีกสองสาวที่กำลังยกกล้องจะถ่ายรูปเศียรพระปากหนาเหมือนเขมรป่าดง อันเป็นร่องรอยศิลปกรรมยุคต้นอยุธยาที่เป็นลูกผสมเขมร แล้วกลายเป็นไทย

          เจ้าหน้าที่อธิบายว่า ถ้าถ่ายรูปในโรงเก็บแล้วจะทำให้โบราณศิลปวัตถุไม่ปลอดภัย แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ปลอดภัยจากอะไร? เพราะมีแต่เศียรพระหินทรายขนาดมหึมาที่ต้องใช้ปั้นจั่นรถยกจึงจะขนย้ายได้

          พิพิธภัณฑ์วังจันทน์เกษม มีกำแพงวังสูงท่วมหัว(เหมือนกำแพงคุก)ล้อมรอบมิดชิดสี่ด้าน มียามเฝ้าหน้าประตูที่เปิดด้านหน้าทางหัวรอ ด้านเดียว

          หากจะไม่ปลอดภัยก็เห็นจะมาจากคนใน ไม่ใช่คนนอก ซึ่งมีนักโบราณคดีพูดบอกต่อๆกันว่า ของหายจากพิพิธภัณฑ์เสมอๆโดยฝีมือคนในทั้งนั้น แต่ปิดข่าว

          หลังน้ำท่วม โรงเก็บโบราณศิลปวัตถุที่ท้ายวังจันทน์นี้ มีเสน่ห์เฉพาะตัว และมีค่าทางหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่ควรป่าวร้องประชาสัมพันธ์ให้ใครต่อใครพากันมาดู แล้วถ่ายรูปไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกถึงจะเรียกว่า รู้ค่า

          ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมอย่าลงโทษเจ้าหน้าที่ เพราะเขาทำตามคำสั่งของนาย แต่ควรลงโทษตัวเองที่ไม่เอาใจใส่ถึงท้ายวัง แล้วควรคิดใหม่ ทำใหม่ ให้ถูกต้อง โดยรีบบอกเจ้าหน้าที่เฝ้าโรงเก็บของท้ายวังจันทร์ ว่าไม่ห้ามถ่ายรูป

          ขณะเดียวกันก็ปักป้ายประกาศไว้ตั้งแต่หน้าประตูวังว่า เชิญถ่ายรูปโรงเก็บศิลปวัตถุท้ายวังdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);