มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 21 มีนาคม 2555

 

          บางโฉมศรี กำลังซ่อมประตูน้ำให้แข็งแรงกว่าแต่ก่อนที่เคยถูกน้ำพัดอัดพัง

          ชื่อบางว่า “โฉมศรี” มาจากไหน? หาคำอธิบายจากท้องถิ่นไม่ได้ แต่ อ. ประภัสสร์ ชูวิเชียร (คณะโบราณคดี ม. ศิลปากร) บอกว่าน่าจะมีรากจากชื่อบางตาโฉม ที่อยู่ใกล้ๆทางด้านใต้ลงไป ภายหลังชุมชนขยายตัวขึ้นทางเหนือ จึงเรียกตามบางตาโฉม แต่ให้ต่างไปว่าบางโฉมศรี

          โฉม หมายถึง งาม (ใช้กับผู้หญิง) เช่น โฉมงาม, โฉมฉาย, โฉมฉิน, โฉมเฉิด, โฉมเฉลา, โฉมตรู, โฉมยง, โฉมไฉไล, โฉมสมร, โฉมสุรางค์, ฯลฯ

          ประตูน้ำบางโฉมศรี ควบคุมน้ำที่ปากคลองเชียงราก เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านบางโฉมศรี ต. ชีน้ำร้าย อ. อินทร์บุรี จ. สิงห์บุรี

          ชีน้ำร้าย หมายถึงบริเวณน้ำเชี่ยวของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน มีนิทานว่าแม่ชีพายเรือมาตรงปากน้ำเชียงรากสบกับเจ้าพระยา เป็นบริเวณน้ำเชี่ยวไหลวนดูดเรือแม่ชีจมน้ำหายไป เลยเรียกย่านนั้นว่า ชีน้ำร้าย

          นิทานชื่อบ้านนามเมืองอย่างนี้ บางแห่งบอกประวัติความเป็นมา แต่บางแห่งให้รสวรรณศิลป์ เสียแต่การศึกษาไทย ท่านพุทธทาสบอกว่าเสมือน “หมาหางด้วน” จึงตัดนิทานชื่อบ้านนามเมืองทิ้งไป คนส่วนมากเลยไม่รู้จักและไม่เข้าใจชุมชนท้องถิ่นของตน

          หลายสิบปีมาแล้ว อ. สุรพล นาถะพินธุ (คณะโบราณคดี ม. ศิลปากร) เคยชี้ให้ผมดูเศษภาชนะดินเผาและอื่นๆ อยู่ชั้นดินริมตลิ่งแม่น้ำ แสดงว่าเคยเป็นชุมชนของคนราว 2,000 ปีมาแล้ว ต่อมาถูกน้ำไหลหลากซัดพังเพลงไปเป็นแม่น้ำ จึงเหลือเศษซากให้เห็น   ริมตลิ่ง

          ย่านบางโฉมศรี ชีน้ำร้ายเป็นชุมชนใหญ่รายเรียงริมแม่น้ำ มีต้นไม้ใหญ่ๆ แสดงว่ามีคนอยู่อาศัยสืบเนื่องมานานมาก

 

 

 

          หลักฐานเก่าสุดที่ อ. ประภัสสร์ ชี้ให้ดู คือหลวงพ่อมิ่งโมลี พระประธานปูนปั้น ยุคอยุธยา อยู่ในวิหารร้างของบ้านหัวแหลม ต. ชีน้ำร้าย อ. อินทร์บุรี จ. สิงห์บุรี มีป้ายเขียนไว้หน้าประตูวิหารไม้ว่า

 

 

          ขอค้อมคารวะผู้คิดเขียนข้อความ 2 วรรคนี้ สมเป็น “กวี ชีน้ำร้าย”

          หลวงพ่อมิ่งโมลี เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีเก่าแก่ถึงยุคอยุธยา แสดงว่าชุมชนละแวกนี้เก่าแก่ขนาดนั้น หรืออาจเก่ากว่านั้นอีกก็ได้

          นี่เป็นมรดกตกทอดที่มีเสน่ห์ของชุมชน กรุณาพิทักษ์รักษาไว้ ปรับปรุงให้สะอาดและแข็งแรงแต่พอควร โดยให้คงความเป็นบ้านๆ แล้วเขียนคำอธิบายอย่างง่ายๆว่าเป็นหลักฐานเก่าสุดอย่างเดียวที่เหลืออยู่ในชุมชนท้องถิ่น

          หากชุมชนต้องการคำอธิบายอย่างเป็นวิชาการ กรุณาติดต่อ อ. ประภัสสร์ ชูวิเชียร คณะโบราณคดี ม. ศิลปากร มีสิ่งใดไม่เข้าใจ ก็เขียนถามมา ผมยินดีประสานงานให้d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);