มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 2o มีนาคม 2555

 

          เหตุจะเข้าถึงสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น มาจาก ณรงค์ จันทร์เรือง

          ต้องเล่าย้อนหลัง เมื่อผมเรียนจบ ม.6 เป็นชั้นสูงสุดขณะนั้น ของ ร.ร. วัดมกุฏกษัตริย์ (เชิงสะพานมัฆวาน) ต้องหาที่เรียนใหม่

          แต่หาไม่ได้ เพราะผมเรียนไม่ดี เลยสอบคัดเลือกไม่ผ่าน ครู ร.ร. วัดมกุฏจึงเมตตาให้เป็น“เด็กฝาก”ไปเข้าเรียน ม.7-8 ระดับมัธยมปลายที่ ร.ร. วัดนวลนรดิศ ริมคลองบางกอกใหญ่

          เรียน ม.7 วัดนวลนรดิศ ห้องเดียวกับ ขรรค์ชัย บุนปาน และเพื่อนอื่นๆอีกหลายสิบคน แล้วยังมีเพื่อนเรียนต่างห้องอีก เช่น เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

          ขรรค์ชัย ขณะนั้นเริ่มเขียนกลอน เป็น“นักกลอน”แล้ว คิดออกหนังสือพิมพ์(คัดลายมือ)กระดาษฟุลสแก๊ปในห้องเรียน ตามประเพณีอุดมคติของนักเรียนที่ชอบอ่านหนังสือแล้วอยากเป็นนักเขียน นักประพันธ์ นักหนังสือพิมพ์

          ผมไม่มีสันดานฝันถึงอนาคต เพราะเป็นเด็กวัดเข็ญใจไร้อนาคต จึงไม่เคยชอบอ่าน ไม่เคยชอบเขียน ไม่คิดเป็นนักเขียน หรือนักอะไรทั้งนั้น แต่ถนัดคัดลายมือ

          ขรรค์ชัยเลยมอบหน้าที่ให้คัดต้นฉบับของเขาเป็นหนังสือพิมพ์ตามที่เขากำหนด แต่ตัวผมไม่ได้เขียน และยังไม่อ่านอะไร ไม่ชอบ จึงได้แต่ติดสอยห้อยตามขรรค์ชัยไปฟังนักเขียน นักกลอน คุยกันในวงสนทนาสุรายาดองและโอเลี้ยง

          หนีโรงเรียนจนสอบตกชั้น ม.7 ไม่ได้ขึ้น ม.8 ที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ

          ผมขอย้ายตัวเองไปเรียนซ้ำชั้นใหม่ที่เปลี่ยนชื่อเป็น ม.ศ.4-5 ที่ ร.ร. ผะดุงศิษย์พิทยา บางซื่อ จบแล้วสอบเอ็นทรานซ์เข้าเรียน คณะโบราณคดี ม. ศิลปากร

          จุดเริ่มต้นให้เป็นคนทำหนังสือและคนเขียนหนังสืออยู่ที่ “น้าราญ” สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ (หลวงเมือง, หมอทรัพย์ สวนพลู) ให้หลานชายชื่อ เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ เรียกขรรค์ชัยและผมไปทำนิตยสารช่อฟ้ารายเดือน (ของมูลนิธิอภิธรรมฯ โดย กิตติวุฒโฑ วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์)

 

 

          ต่อมาอีกนาน ณรงค์ จันทร์เรือง นักเขียนอิสระขณะนั้น รับจ้างทำงานพิเศษอยู่กับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เอาเรื่องสั้นของขรรค์ชัยกับของผมรวมกันไปเสนอ“เฮียชิว” สุพล เตชะธาดา พิมพ์เป็นพ็อคเก็ตบุ๊กเล่มแรก ชื่อ ครึ่งรักครึ่งใคร่ เมื่อ พ.ศ. 2511 เท่ากับเปิดให้ผมมีที่ทางในโลกหนังสือและคนเขียนหนังสืออย่างแท้จริง

          ครั้งนั้นเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารมหาศาลมากของเด็กสองคน ไม่น่าเชื่อ แต่เป็นจริงแล้ว

          นับแต่นั้นมา ผมทำงานรับใช้เฮียชิวหลายอย่างในสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จนได้เห็นวิธีทำหนังสือ“ขาย” แล้วพยายามทำเลียนแบบ แต่ไม่เคยสำเร็จจนบัดนี้

          เพราะเป็นที่รู้ทั่วกันในบรรดาญาติสนิทมิตรสหายว่าผมไม่มีประสิทธิภาพทาง“ขาย”หนังสือ

          เขียนเล่าโดยย่อมานี้ เพื่อบูชาคุณ“น้าราญ” และ“เฮียชิว” เป็นอย่างโหมโรงเท่านั้น แต่ไม่สัญญาว่าจะเขียนอีก เพราะไม่สันทัดยกอัตตา มีแต่จะต้องเหยียบให้ยับไป