มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2555

 

          ฆ้องเป็นเครื่องประโคมศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ สืบถึงปัจจุบัน เพราะมีเสียงกังวานไกลและสั่นสะเทือนเข้าไปถึงจิตวิญญาณ

          ทุกประเทศในอุษาคเนย์มีฆ้องใช้งานศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน เพราะเป็น“วัฒนธรรมร่วม”ของอุษาคเนย์ ไม่เป็นสมบัติของเมืองใดเมืองหนึ่ง

 

 

           “วัฒนธรรมฆ้อง” หมายถึงเครื่องตีทำด้วยโลหะผสมเรียกสัมฤทธิ์ มีรากเหง้าจากมโหระทึก เก่าสุดอายุราว 3,000 ปีมาแล้ว เป็นสัญลักษณ์ร่วมของภูมิภาคอุษาคเนย์ แสดงความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นใหญ่

          มีแหล่งกำเนิดบนผืนแผ่นดินใหญ่ เช่น จีน (ยูนนาน, กวางสี), เวียดนาม แล้วแพร่กระจายลงไปทางหมู่เกาะทะเลใต้ มีใช้ในทุกกลุ่มชาติพันธุ์สืบเนื่องถึงทุกวันนี้ มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น กลองทอง (ไทย, ลาว), ฆ้องบั้ง (ลาว), กลองกบ (กะเหรี่ยง), ฆ้องกบ, มโหระทึก (ไทย), ฯลฯ ชื่อที่แพร่หลายในประเทศไทยคือ มโหระทึก

 


 

          “ผ้าผืนเดียว เตี่ยวพันกาย” เป็นคำคล้องจองบอกลักษณะผ้าผืนเก่าแก่สุดของยุคแรกรู้จักทอผ้า ใช้นุ่งปิดอวัยวะเพศของคนทุกเผ่าพันธุ์โดยไม่จำกัดเพศ เช่น ผ้าขะม้า

          ต่อจากนั้นจึงมีพัฒนาการเย็บชายผ้าติดกันเป็น ผ้าถุง, ผ้านุ่ง, ผ้าซิ่น, โสร่ง, โจงกระเบน, ฯลฯ

          ผู้เป็นใหญ่ในขบวนแห่ของชาวสยาม (เสียมกุก หรือ เสียมก๊ก) ภาพสลักบนระเบียงประวัติศาสตร์ที่ปราสาทนครวัด เป็นผู้ชายนุ่งโสร่ง (รวมทั้งบ่าวไพร่บริวารก็นุ่งโสร่งด้วย) แบบหญิงผู้ไทยนุ่งผ้าถุง

          ลักษณะนุ่งผ้าผืนเดียวทุกเพศอย่างนี้เป็น“วัฒนธรรมร่วม”ของอุษาคเนย์d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);