มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 13 มีนาคม 2555

 

          สงกรานต์ไม่ใช่ปีใหม่ไทย แต่เป็นปีใหม่แขกฮินดูในอินเดีย แล้วส่งอิทธิพลให้ราชสำนักของรัฐต่างๆในสุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์

          ที่ไหนรับคติฮินดูจากแขกอินเดีย ที่นั่นมีสงกรานต์ เช่น พม่า, มอญ, เขมร, ลาว, ไทย, จนถึงสิบสองพันนาในจีน ต่อมาล้วนบงการตามคติฝรั่งสากลให้เรียกเป็น“ปีใหม่”ของตนเหมือนกันหมด ถ้าไม่เคร่งครัดนักก็อาจจัดเป็นประเพณี“ปีใหม่”ของประชาคมอาเซียนก็ได้

          สรุปว่าสงกรานต์เป็นปีใหม่ของสุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์(ที่รับจากแขกฮินดูอินเดีย) ไม่ใช่เฉพาะของไทยฝ่ายเดียว

          ถ้าจะสมมติเรียกปีใหม่ไทย ก็น่าจะอยู่ตรง“เดือนอ้าย” หมายถึง เดือนที่หนึ่ง หลังลอยกระทงราวพฤศจิกายน-ธันวาคม แต่ก็ไม่ใช่ไทยฝ่ายเดียว เพราะลาว, เขมร, ฯลฯ ก็นับเดือนอ้ายเป็นเดือนแรกตรงกัน

          สงกรานต์อยู่ในช่วงเมษายน (ที่ตระกูลไทย-ลาวเรียกเดือน 5 ตามจันทรคติ) เป็นฤดูร้อนหลังเก็บเกี่ยว และก่อนขึ้นฤดูฝนการผลิตใหม่

          คนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ไม่ได้รับประเพณีแขกฮินดู  ล้วนนับถือผี  เช่น  ผีฟ้าพญาแถน  ต่างมีพิธีกรรมเลี้ยงผีขอฝน  เพื่อเตรียมการผลิตใหม่ในเดือนต่อๆไป

          พิธีขอฝนที่คนพื้นเมืองดั้งเดิมทำกันมานานนับพันปีแล้ว และเป็นที่รู้ทั่วกัน คือเซิ้งแห่นางแมว จุดบั้งไฟ แล้วยังทำกันอยู่ทุกปี เซิ้งนางแมวกับเซิ้งบั้งไฟต้องมีเล่นกั๊บแก๊บทำเป็นรูปชายหญิงสมสู่

          แต่ที่ไม่ค่อยมีใครทำกันแล้ว หรืออาจลืมพิธีไปแล้วคือ ปั้นเมฆ หมายถึงพิธีขอฝนโดยใช้รูปจำลองแสดงการสมสู่ระหว่างชายหญิง แล้วเรียกรูปนั้นว่า รูปปั้นเมฆ (คำอธิบายจากพจนานุกรม ฉบับมติชน  พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2547)

          ภาพเขียนสีตามผนังถ้ำในไทยมีรูปชายหญิงสมสู่ แต่ในเวียดนามมีประติมากรรมสัมฤทธิ์เป็นรูปชายหญิงสมสู่ประดับฝาภาชนะใส่ศพ ทั้งสองแห่งมีอายุราว 2,500 ปีมาแล้ว

          ทั้งหมดที่ทำรูปปั้นเมฆก็เพื่อขอฝน หรือขอความอุดมสมบูรณ์ให้ชุมชนท้องถิ่น ในสังคมกสิกรรมที่ล้าหลังทางเทคโนโลยี

          สงกรานต์ยุคนี้  ถ้าจะมีดาราหนัง “อย่างว่า” (เอวี-เรตเอ็กซ์)จากญี่ปุ่น มาร่วมพิธีกรรมขอความอุดมสมบูรณ์ให้ชุมชนท้องถิ่นบ้างก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร แต่น่าจะเป็นความหฤหรรษ์ของชาวบ้านด้วยซ้ำไป ทำให้รู้สึกอุดมสมบูรณ์ตามความหมายดั้งเดิม

          “จะทำอย่างไรให้วัฒนธรรมไทยเข้มแข็งเหมือนประเทศญี่ปุ่น ที่ด้านหนึ่งอนุรักษ์วัฒนธรรมญี่ปุ่นมาก แต่อีกด้านหนึ่งมีเหมือนกันที่สุดขั้วไปเลย” นางสุกุมล คุณปลื้ม รมต.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงความกังวลใจกรณีจะมีดาราจากญี่ปุ่นมาร่วมงานสงกรานต์ (ข่าวสด ฉบับวันพุธที่ 7 มีนาคม 2555 หน้า 1, 14)

          ตอบง่ายมาก เหตุที่วัฒนธรรมญี่ปุ่นแข็งแรงเพราะรัฐไม่จุ้นจ้านเหมือนไทย ฉะนั้นอย่าให้นักการเมืองและข้าราชการเที่ยววุ่นวาย“เฝ้าระวัง”ทางวัฒนธรรม แล้วครอบงำทำให้เชื่ออย่างเชื่องๆต่อวัฒนธรรมของสามัญชนคนทั่วไป วัฒนธรรมของไทยจะแข็งแรงขึ้นเอง เหมือนญี่ปุ่น