มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม 2555

 

          งานวิชาการทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ของ อ. ชิน อยู่ดี “ปราชญ์สามัญชน” คนสำคัญของไทย ช่วง 20 ปี ที่รับราชการอยู่กรมศิลปากร ระหว่าง พ.ศ. 2500-2519 ส่งผลสะเทือนให้ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามหลักฐานที่พบใหม่

          อ. ชิน สำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ แล้วพบโครงกระดูกมนุษย์มีอายุหลายพันปีมาแล้วอยู่ในดินแดนประเทศไทย ล้วนเป็นบรรพชนคนไทย

          จึงอธิบายว่าหลักแหล่งเก่าแก่ของคนพูดภาษาไทย กระจายอยู่ทางตอนใต้ของจีน ตั้งแต่ยุคโลหะ ราว 3,000 ปีมาแล้ว ต่อจากนั้นได้ทยอยเคลื่อนย้ายเข้าสู่ดินแดนที่เป็นประเทศไทย จนกลายเป็นคนไทย

          ก่อนหน้านี้ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ระบุว่าถิ่นกำเนิดของคนไทยอยู่บริเวณเทือกเขาอัลไต (เขตมองโกเลียเหนือ) แล้วถูกจีนรุกรานต้องอพยพหนีลงทางใต้หลายครั้ง จนเข้าสู่ดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน

          คำอธิบายพร้อมหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีของ อ. ชิน ทำให้นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้องค่อยๆยอมรับแล้วแพร่ไปกว้างขวางจนกระทรวงศึกษาธิการต้องพิจารณาประเด็นนี้ใหม่ ในที่สุดก็ให้ถอดเรื่องแหล่งกำเนิดคนไทยที่อัลไตออกจากตำราเรียนอย่างเงียบๆโดยไม่มีการเรียนการสอนเรื่องนี้อีก (เว้นเสียแต่ครูบางคนยังเชื่อฝังใจ จึงยังสอนอยู่บ้าง)

          ผมเริ่มต้นนิตยสารศิลปวัฒนธรรมรายเดือน ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 ด้วยพื้นฐานความรู้ความคิดทางประวัติศาสตร์โบราณคดีจากการเป็นลูกศิษย์ อ. ชิน ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน จึงบอกกล่าวประกาศมาตลอดว่า “คนไทยไม่ได้มาจากไหน? เพราะคนไทยอยู่ที่นี่ ที่อุษาคเนย์” โดยอ้างอิงหลักฐานโบราณคดีที่ อ. ชินบุกเบิกไว้นี่เอง

          โบราณคดีในความคิดและการกระทำของ อ. ชิน จัดอยู่ในกลุ่มมนุษยศาสตร์ เมื่อทำงานวิชาการในกรมศิลปากร กับเมื่อสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยไม่แยกออกจากกันเป็นวิชาโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ กับวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ แต่เป็นวิชาชุดเดียวกันหมดแล้วรวมทั้งไม่แยกจากมานุษยวิทยาและอื่นๆ

          เพราะการอธิบายหลักฐานโบราณคดีที่พบ ไม่ว่าจะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ หรือสมัยประวัติศาสตร์ จะต้องใช้ความรู้ร่วมกันหลายสาขาทั้งทางมานุษยวิทยา, ประวัติศาสตร์ศิลป์, วรรณคดี, ภาษา, และอื่นๆอีกมาก (อ่านรายละเอียดเรื่อง อ. ชิน ในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม โดย ประภัสสร์ ชูวิเชียร ฉบับวันนี้)

          แต่โบราณคดีประเทศไทยทุกวันนี้แยกย่อย แล้วพยายามสร้างตัวตนให้เป็นนายช่าง“เทคนิเชี่ยน” เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพราะไม่อ่านหนังสือและไม่ค้นคว้าตำนาน, พงศาวดาร, ภาษา, และวรรณคดีโบราณ ฯลฯ เลยไม่ศึกษาอย่างถ่องแท้ต่องานคลาสสิคของ อ. ชิน ทำให้คุณภาพโบราณคดีตกต่ำ แต่มักฟูมฟายอวดตัวเองอย่างผิวเผินเพื่อแข่งอหังการอย่างขาดสติว่าเชี่ยวชาญอย่างโน้นอย่างนี้

          กรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากร ต้องมีสติปัญญาไตร่ตรองจงดีกรณี อ. ชิน อยู่ดี ว่าควรทำและไม่ควรทำอะไร? อย่างไร?

          100 ปีกรมศิลปากร ที่ผ่านมาคนทั้งประเทศไม่รู้ว่ามีงานวิชาการแสดงความก้าวหน้าทางประวัติศาสตร์โบราณคดีของประเทศไทยอะไรบ้าง? ก็เพราะไร้สำนึกวิชาการโบราณคดี มีแต่“เทคนิเชี่ยน”ที่ไม่ศึกษาวิชาการ จึงต้องจ้างบริษัท“รับเหมา”ค้นคว้าวิชาการให้ราชการโบราณคดี ซึ่งเท่ากับประจานตัวเอง

          อ. ชิน ไม่ใช่สมบัติของกรมศิลปากร หรือของมหาวิทยาลัยศิลปากรเท่านั้น แต่งานของท่านเป็นสมบัติของไทย, ของประชาคมอาเซียน, และของชุมชนวิชาการโลกdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);