มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555

 

          “แท็บเล็ตมีความหมายมากกว่าเทคโนโลยีทันสมัย หากตามความหมายของมันไปให้ทั่วถึง”

          อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ขึ้นต้นบทความเรื่องแท็บเล็ตไว้ในมติชน (ฉบับวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 หน้า 6) แล้วสรุปตอนจบว่า

          “แท็บเล็ตที่ถูกใช้เต็มตามศักยภาพของมัน จึงหมายถึงการปฏิรูปการบริหารด้านการศึกษาของประเทศครั้งใหญ่ด้วย”

          ไม่ใช่มีแค่แท็บเล็ตแล้วจะดีวิเศษไปเสียทุกอย่าง แต่ต้องมีอย่างอื่นด้วย อ. นิธิบอกว่าต้องมีครูพันธุ์ใหม่, การบริหารใหม่, และโรงเรียนใหม่

          ฉพาะโรงเรียนใหม่ไม่จำเป็นต้องมีลักษณะเดียว คือมีอาคารหลังเสาธงภายในบริเวณที่มีรั้วรอบขอบชิด แต่ในบางท้องที่และบางเงื่อนไข โรงเรียนอาจหมายถึงอื่นๆอีกก็ได้ โดยไม่ต้องมีอาคารและเสาธงในรั้วล้อมเลย

          อ. นิธิย้ำว่าไม่มีความจำเป็นต้องยุบโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะอาจใช้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นฐานสำหรับการเรียนรู้แบบใหม่ ซึ่งครอบคลุมกว้างขวางทั้งนักเรียนและชุมชนโดยรอบ

          “แม้แต่โรงเรียนแบบเดิมที่มีอาคารและเสาธง ก็ควรต้องเปลี่ยนไปเป็นศูนย์กิจกรรมการเรียนรู้นานาชนิดมากขึ้น”

          ปัญหาอยู่ที่ผู้บริหารโรงเรียนยังวนเวียนในโลกการศึกษาสมัยเก่าๆ  คิดเก่าๆ ทำอย่างเก่าๆ แต่ครูพันธุ์ใหม่ก็ยังไม่โตทัน

          ครูพันธุ์ใหม่ ของ อ. นิธิ มีคำอธิบายว่าเป็นครูผู้สนุกในการเรียนรู้ และพร้อมจะเรียนรู้ร่วมไปกับนักเรียน ทำให้การเรียนไม่ใช่การท่องจำ แต่เพราะได้ใช้เหตุผลจนเข้าใจจึงง่ายที่จะจดจำ แล้วไม่ได้สอนแต่ในห้องเรียน แต่เป็นครูที่สละเวลาเข้าไปเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเด็กในบ้านด้วย ในขณะเดียวกันก็ต้องรักการเรียนรู้ พอจะต่อยอดทักษะที่ได้รับมาจากมหาวิทยาลัยให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น

          แต่ก็มีปัญหาเมื่อ อ. นิธิชี้ให้เห็นว่า “เพราะครูใหญ่ หรือ ผอ. เฝ้าแต่บ่อนทำลายความเติบโตของครูพันธุ์ใหม่” กระทรวงศึกษาฯต้องทบทวนระบบการคัดเลือกคนเข้าสู่ตำแหน่งบริหารเสียใหม่ “เพื่อจะทำให้ผู้บริหารโรงเรียนเข้าใจจิตวิญญาณของการเรียนรู้ในโลกสมัยใหม่ เพื่อจะได้สนับสนุนครูให้ถูกทาง”

          ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กบางกลุ่มบางจังหวัดกระตือรือร้นร่วมกันแก้ไขความขาดแคลนทางการศึกษา

          แต่บางกลุ่มบางคนในบางจังหวัดบางอำเภอไม่เข้าใจจิตวิญญาณของการเรียนรู้ ในโลกสมัยใหม่ แถมไม่กล้าหาญที่จะทำความเข้าใจ เลยทอดหุ่ยรอย้ายไปสู่โรงเรียนอื่นที่ใหญ่กว่า

          เด็กนักเรียนและชุมชนเสียโอกาสใหญ่หลวง โดยเจ้ากระทรวงไม่รับรู้ และรัฐบาล ไม่ต้องการรู้ เพราะวุ่นอยู่กับหาเสียงจากแท็บเล็ต