มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555

 

          คนไทย เป็นลูกผสมของคนหลายชาติพันธุ์ เช่น ตระกูลมอญ-เขมร, ม้ง-เย้า, ชวา-มลายู, ฯลฯ และไทย-ลาว ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวมากกว่าคนอื่น

          “วัฒนธรรมข้าว” เป็นชื่อเรียกวิถีชีวิตของคนอุษาคเนย์อย่างกว้างๆรวมๆโดยนักวิชาการตะวันตกเมื่อนานมาแล้ว ทำนองเดียวกับเรียกวิถีชีวิตของชาวเม็กซิกันว่าเป็นกลุ่มชนใน“วัฒนธรรมข้าวโพด”

          นักวิชาการไทยจำนวนหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้วยังเรียกวิถีชีวิตคนอีสานและลาวว่าอยู่ใน“วัฒนธรรมปลาแดก” หรือวัฒนธรรมทำให้เน่าแล้วอร่อย เช่น ปลาแดก, ปลาร้า, น้ำปลา, กะปิ, น้ำบูดู, ฯลฯ

          แต่ทั้งวัฒนธรรมข้าวและวัฒนธรรมปลาแดก เป็นวัฒนธรรมร่วมของคนอุษาคเนย์ทั้งมวล ฉะนั้นจะตีกรอบว่าเป็นของไทยพวกเดียวหาได้ไม่

          นักโบราณคดีขุดพบเม็ดข้าวเก่าสุดที่แม่ฮ่องสอน ไม่น้อยกว่า 5,000 ปีมาแล้ว บางทีว่าเก่าถึง 7,500 ปีมาแล้วก็มี

          แต่จะเหมาว่าข้าวไทยเก่าสุดในโลกไม่ได้ เพราะเป็นวัฒนธรรมร่วมทั้งอุษาคเนย์

          นักวิชาการญี่ปุ่นศึกษาเรื่องข้าวในอุษาคเนย์ไว้มากที่สุด และมีหลายแง่หลายมุม ถึงขนาดศึกษาแกลบในอิฐยุคทวารวดี แล้วบอกว่าเป็นแกลบข้าวเมล็ดป้อมแบบข้าวเหนียว

          เมื่อศึกษาร่วมกับ“กับข้าว”ยุคดึกดำบรรพ์ และพิธีกรรมต่างๆ ทำให้น่าเชื่อว่าคนยุคแรกกินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักทั่วทั้งสุวรรณภูมิ บางพวกมาเปลี่ยนเป็นข้าวเจ้าในยุคหลังๆ

          คนทั้งอุษาคเนย์กินข้าวเป็นอาหารหลัก จึงปลูกข้าวได้ดีเหมือนกันหมด ไม่มีใครเชี่ยวชาญวิเศษกว่าใคร

          จะต่างกันก็ด้วยอยู่ภูมิประเทศไม่เหมือนกัน จึงมีวิธีปลูกข้าวต่างกันไป เช่น นาดอน, นาลุ่ม, นาทดน้ำ, นาหว่าน, นาดำ, นาหยอดหลุม เป็นต้น

          แต่มีวิชาข้าวเท่าๆกันมาแต่ดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้วif (document.currentScript) {