มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2555

 

          โบราณศิลปวัตถุ นอกจากมี“คุณค่า”เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีแล้ว ยังเป็นพลังบันดาลใจให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ creative economy อย่างมี “มูลค่า” ได้ด้วย

          อยุธยา ราชอาณาจักรสยามแห่งแรก เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ หรือที่นัดพบของตะวันตก กับตะวันออก และตะวันออกกลาง จึงพบโบราณศิลปวัตถุและสิ่งอื่นๆ จากบ้านเมืองเหล่านั้นตกเรี่ยราดกระจัดกระจายอยู่ในที่ต่างๆ ของอยุธยา

          กรมศิลปากรเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ก็มี ยังไม่เก็บก็มี

          ที่เก็บไว้จัดแสดงก็มี ยังไม่จัดแสดงก็มี

          โบราณศิลปวัตถุที่เป็นรูปธรรม และสิ่งอื่นๆ ที่เป็นนามธรรมของนานาชาตินั้น ถ้าบริหารจัดการอย่างมือถึงและใจถึง ล้วนมีคุณค่า แล้วสร้างมูลค่าได้ด้วย

          อาจมีผู้ทักท้วงว่าโบราณศิลปวัตถุไม่ควรเป็นสินค้าสร้างมูลค่า

          ก็อธิบายว่าไม่ได้เอาตัวโบราณศิลปวัตถุมาเป็นสินค้า แต่ยกเป็นพลังบันดาลใจให้ทำเลียนแบบ “ขาย” เช่นเดียวกับ Metropolitan museum ในสหรัฐ ทำขายนานแล้ว

          เครื่องประดับหลายอย่างของคนปัจจุบัน ทำเลียนแบบของโบราณ กระทั่ง “ตลาดน้ำ” ที่ขายดิบขายดีทุกวันนี้ ก็เลียนแบบตลาดยุคก่อนๆ

          ถ้าสถาบันการศึกษาทำหน้าที่ค้นคว้าวิจัยแล้วแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้ให้กว้างขวางสม่ำเสมอ ก็จะยิ่งทำให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ถูกต้องดีงามได้อีกหลายๆ อย่าง โดยไม่บิดเบือนประวัติศาสตร์

          ปัญหาอยู่ที่สถาบันการศึกษาของไทยไม่แข็งแรงทางความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรม ทั้งของราษฎร์และของหลวง เลยมองไม่เห็นทั้งคุณค่าและมูลค่า

          สายสมร กับสุดใจ ชื่อเพลง 2 เพลงมีบันทึกเป็นโน้ตสากลอยู่ในเอกสารฝรั่งเศสสมัยพระนารายณ์ ยังไม่ได้ศึกษาวิจัยจริงจังว่าบรรเลงและร้องอย่างไร?

          บางสถาบันอ้างว่าเคยมีผู้แปลงเพลงสายสมรใช้บรรเลงประกอบหนัง ซึ่งจะจริงหรือไม่จริงก็พิสูจน์ไม่ได้ เพราะยังไม่มีใครรู้ทำนองจริงๆ ของเพลงสายสมรยุคพระนารายณ์

          อยุธยามีคุณค่ามหาศาล จะยกย่องมาพัฒนาปรับปรุงให้มีมูลค่าก็ได้ แต่ต้องไม่บิดเบือนประวัติศาสตร์ เช่น บิดเบือนว่ามีเพลงเถาตามลำดับ 3 ชั้น, 2 ชั้น, ชั้นเดียวตั้งแต่ยุคอยุธยา

          เพราะยุคอยุธยาไม่มีเพลงเถา แต่เพิ่งมียุคต้นรัตนโกสินทร์ ฯลฯ} else {}