มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 24 มกราคม 2555

 

          ขิม มีถิ่นเดิมอยู่เปอร์เซีย (อิหร่าน) มีพัฒนาการจากพิณ เมื่อหลายพันปีมาแล้ว จากนั้นแพร่กระจายออกไปทางตะวันตก (เป็นเครื่องดนตรีต่างๆ เช่น เปียโน) และทางตะวันออก (เป็นขิมจีน)

          อ. ชนก สาคริก (แห่งมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ) เขียนเล่าไว้ในเว็บไซต์ไทยคิดส์ ว่าจีนรับขิมจากเปอร์เซียมาใช้งาน แล้วเรียกชื่อว่า “หยางฉิน” หมายถึงเครื่องดนตรีของต่างชาติ

          อ. เฉลิม ยงบุญเกิด (ถึงแก่กรรม) (อดีตผู้เชี่ยวชาญภาษาจีนโบราณ ทำงานอยู่ธนาคารแห่งประเทศไทย) เคยเขียนอธิบายไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ว่า

          ขิม (สำเนียงฮกเกี้ยน) แต่เดิมหมายถึงเครื่องสายใช้นิ้วดีด ต่อมาความหมายขยายครอบคลุมเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ สุดแต่คำนำหน้าขิม ซึ่งอาจเป็นซอ, ออร์แกน, เปียโน, ฯลฯ

          ชาวจีนแต้จิ๋วเรียกขิมว่า “เอี่ยคิ้ม” แปลว่าขิมที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งหมายถึงเปอร์เซีย

          “ขงเบ้งตีขิม” ในคำร้องชุดสิบสองภาษาของวงปี่พาทย์ไทยนั้น อ. เฉลิมอธิบายว่า ขิมยุคสามก๊กรูปร่างคล้ายจะเข้ ต้องใช้นิ้วดีดขิม ไม่ใช่มือตีขิม อย่างที่รู้จักทุกวันนี้ ตามคำร้องว่า

          โยธาฮาเฮบ้างเสสรวล                      ขับครวญตามภาษาอัชฌาสัย

          ร้องเป็นลำนำทำนองใน                    เรื่องขงเบ้งเมื่อใช้อุบายกล

          ขึ้นไปนั่งบนกำแพงแกล้งตีขิม             พยักยิ้มให้ข้าศึกนึกฉงน

          ไพรีมิได้แจ้งแห่งยุบล                       ให้เลิกทัพกลับพลรีบหนีไป

          สามสุมาข้าศึกนึกฉงน                      คร้ามในกลขงเบ้งเก่งใจหาย

          เคยเสียทัพยับแยบแทบตัวตาย สุมาอี้นึกหน่ายฉงนความ

          ยุคสามก๊ก ราว พ.ศ. 700 หรือราว 2,000 ปีมาแล้ว ขิมเพิ่งแพร่จากเปอร์เซียไปถึงจีน ขงเบ้งต้อง “ดีด” ขิม ไม่ใช่ขงเบ้ง “ตี” ขิมเหมือนปัจจุบัน

          คำร้องสำเนียงจีนชุดสิบสองภาษาที่ยกมานี้ เป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่นักร้อง นักดนตรีไทย ว่าร้องเล่นอร่อยนัก

          แต่ไม่รู้ผู้แต่งคือใคร? ผมพยายามค้นเอกสารและสอบถามครูบาอาจารย์อาวุโสทั้งหลายก็ไม่ได้ความ

          เลยขอถามตรงนี้อีก บางทีจะมีผู้รู้นิ่งอยู่ กรุณาอย่านิ่งทิ้งให้ผมโง่และงี่เง่า} else {} else {