มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2555

 

          ไทยกับจีน ติดต่อกันนานมากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว มีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีครบครัน เสียแต่พวก “ราชวิชาการ” ไม่แบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลให้คนทั่วไปรู้

          “ไทย” ในเรื่องนี้มีความหมายกว้างๆ ง่ายๆ 2 อย่าง คือดินแดนและผู้คน

          ดินแดนไทย แต่ก่อนนี้เรียก“สยาม” ส่วนนานาชาติเรียกเป็นส่วนหนึ่งของ “สุวรรณภูมิ” แปลว่า “แผ่นดินทอง” พวกจีนฮั่นโบราณรู้จักมักคุ้นดีตั้งแต่ราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือตั้งแต่ พ.ศ. 1 จึงเรียกดินแดนนี้เป็นคำจีนว่า “จินหลิน” หรือ “กิมหลิน” หมายถึงดินแดนทอง พบหลักฐานของจีนฮั่นเป็นเครื่องมือสัมฤทธิ์ เช่น มีด, กาน้ำ, ฯลฯ ที่คลองโพ ต. ท่าเสา อ. เมือง จ. อุตรดิตถ์

          บริเวณสุวรรณภูมิเป็นแหล่งนัดพบของพ่อค้าตะวันออก-ตะวันตกจากจีนและจากอินโด-เปอร์เซียตั้งแต่ครั้งนั้น สืบต่อมาจนมีรัฐทวารวดี, อยุธยา, ฯลฯ

          คนพูดไทย-ลาว เก่าแก่สุดกินข้าวเหนียว มีถิ่นฐานอยู่ทางมณฑลกวางสี-กวางตุ้ง เป็นแหล่งผลิตกลองทองสัมฤทธิ์ หรือมโหระทึก ครั้นถึงยุคสามก๊ก ราว พ.ศ. 700 จีนฮั่นก๊กหนึ่งมายึดครองดินแดนทางใต้ที่กวางสี-กวางตุ้ง ทำให้ตระกูลไทย-ลาว รับวัฒนธรรมจีนฮั่น แล้วเอาข้าวเหนียวทำบ๊ะจ่างกับขนมเข่งไหว้เจ้าไหว้ผีจีนฮั่นสืบจนทุกวันนี้

          คนในตระกูลไทย-ลาวพวกนี้ทยอยเคลื่อนย้ายทั้งทางบกและทางทะเลมาตั้งหลักแหล่งอยู่สองฝั่งโขงและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ 2,500 ปีมาแล้ว

          เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ไทย-จีน คนไทยทั้งหลายมักต้องยกตำราประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย เรื่องจักรพรรดิจีนส่งทูตมาสยามที่สุโขทัย กับเรื่องพ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัยไปเมืองจีน 2 ครั้ง แล้วได้ช่างจีนมาทำเครื่องสังคโลก         

          ผมเขียนถึงเรื่องปลอมๆ นี้หลายครั้งมาก แต่ก็ต้องผลิตซ้ำเขียนคราวนี้และคราวต่อๆ ไปอีก

          1. สยามในจดหมายเหตุจีน หมายถึงสุพรรณบุรี ไม่ได้หมายถึงสุโขทัย ถ้าจะหมายถึงสุโขทัย เอกสารจีนระบุชื่อเมืองตรงๆ ว่า “สุกโกไท้” ประเด็นนี้มีนักปราชญ์นักวิชาการเคยเขียนอธิบายไว้ ผมเคยเอามาพิมพ์เผยแพร่นานแล้ว

          2. พ่อขุนรามคำแหงไม่เคยเสด็จเมืองจีนแม้แต่ครั้งเดียว เจ้านายที่เสด็จเมืองจีนแล้วจักรพรรดิจีนให้ช่างทำสังคโลกคือ“เจ้านครอินทร์” เมืองสุพรรณบุรี ซึ่งมีเชื้อสายพระร่วง กรุงสุโขทัย

          ประวัติศาสตร์โบราณคดีไทยให้ความสำคัญการติดต่อกับอินเดีย เพราะวัฒนธรรมอินเดีย เช่น ศาสนา เป็นเครื่องมือของคนชั้นสูงสร้างอำนาจทางการเมืองการปกครอง

          แต่วัฒนธรรมจีนใกล้ชิดชีวิตประจำวันของสามัญชน เช่น อาหารการกิน และทำมาค้าขาย สถาบันการศึกษาไทยเลยไม่เอาใจใส่ บางแห่งเต็มไปด้วยผู้รู้ภาษาแขกอินเดียโบราณ แต่ไม่มีผู้รู้ภาษาจีนเลย ทั้งๆ มีเอกสารจีนให้ศึกษาวิจัยอีกมาก แต่ไม่สนใจ

          จึงไม่น่าประหลาดใจที่คนไทยรู้จักแต่หนังจีนกำลังภายใน แต่ไม่เข้าใจอารยธรรมจีนที่ติดต่อกับไทยตั้งแต่ก่อนยุคทวารวดี 2,500 ปีมาแล้ว