มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2555

 

          “ที่ผ่านมา เรามีปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีเขาพระวิหาร”

          นางสุกุมล คุณปลื้ม รมต. วัฒนธรรม (วธ.) แถลงกับผู้สื่อข่าว ภายหลังเป็นประธานเปิดประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและสนเทศ มีสมาชิก 10 ประเทศ ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ (มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2555 หน้า 22) แล้วบอกต่อไปว่า

          “การฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศอาเซียนเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ต้องเร่งดำเนินการ”

          “ในส่วนประเทศไทย อาจจะใช้มิติทางวัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านให้ดีขึ้น”

          นางสุกุมล รมต. วธ. ย้ำว่า “วธ. อยากจะเริ่มผลักดันให้คนไทยมีความเข้าใจในเรื่องของอาเซียนก่อน เพราะปัจจุบันคนไทยยังเข้าใจน้อยมาก”

          เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ผมผ่านบางแสน ชลบุรี หย่อมย่านของ รมต. สุกุมลไปเสวนากับอาจารย์และนักศึกษาเรื่องไทยศึกษากับภูมิสังคมภาคตะวันออก ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม. บูรพา เลยรู้ว่าชลบุรีไม่มี“มิวเซียม”บอกความเป็นมาของชลบุรีและบ้านเมืองภาคตะวันออกของไทย

          ภาคตะวันออกของไทยมีพรมแดนทางบกติดกับกัมพูชา ตั้งแต่ จ. สระแก้ว จนถึง จ. จันทบุรี, และ จ. ตราด แล้วมีพรมแดนทางทะเลด้วย

          ประวัติความเป็นมาของดินแดนและผู้คนภาคตะวันออก มีมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว โดยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกัมพูชาอย่างแยกจากกันไม่ได้ พบหลักฐานมากตั้งแต่ ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด โดยเฉพาะชาติพันธุ์ดั้งเดิม เช่น ชอง พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร

          แต่น่าประหลาดมากที่ไม่มี“มิวเซียม”บอกประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรม แสดงความเป็นเครือญาติชาติพันธุ์และชาติภาษากับกัมพูชาและเวียดนาม

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ปราจีนบุรีกับจันทบุรี ไม่จัดแสดงความรู้ประวัติศาสตร์สังคมของดินแดนและผู้คนภาคตะวันออกที่สัมพันธ์กับกัมพูชาและเวียดนาม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือไม่มีคนรู้จัก จึงไม่มีคนเข้าชม ถ้ามีก็เพราะพลัดหลงไป หรือถูกบังคับ

          ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ที่คนชั้นนำมีอำนาจใช้ครอบงำคนไทยมานานนับร้อยปี ล้วนเป็นประวัติศาสตร์บาดหมาง สร้างบาดแผล มีแต่ความขัดแย้ง เพราะยกตนข่มท่าน ดูถูกเหยียดหยามเพื่อนบ้าน เช่น เขมร, ลาว, ญวน, ฯลฯ

          วธ. ไม่เคยแก้ไขให้ตรงตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี แต่มักทำตามเจ้าอาณานิคมยุโรปที่กำหนดไว้ให้วิวาทบาดหมางกันเองตั้งแต่ศตวรรษที่แล้วอย่างเคร่งครัด

          นักปราชญ์นักวิชาการและครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษา พยายามทักท้วงตั้งแต่ก่อนมีดำริเรื่องประชาคมอาเซียน และตั้งแต่แรกสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม แต่ไม่มี รมต. คนไหนจัดการแก้ไข

          จะมีก็แต่วุ่นวายเดือดร้อนกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น ตอแยแต่กับเด็กวัยรุ่นสาวคึกคะนองเปิดนมเต้นโชว์งานสงกรานต์

          รมต. วธ. ต้องลงมือปรับปรุงแก้ไขประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยเสียก่อน แล้วค่อยตำหนิติฉินนินทาคนอื่น

          เบื้องต้นอย่างง่ายๆนี้ขอให้ผลักดันสถาบันการศึกษาระดับสูงที่มีในภาคตะวันออก เช่น ที่ชลบุรี ให้เร่งรัดแบ่งปันและเผยแพร่ข้อมูลความรู้ที่“อัพเดต”ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยยกเลิกแบบอาณานิคมให้หมด เพราะเป็นบ่อเกิดของความขัดแย้งทั้งมวล

          ถ้าไม่ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยที่ยกมานี้ ก็อย่ามาทำเป็นตำหนิติฉินนินทาคนไทยว่าเข้าใจอาเซียนน้อย เพราะเท่ากับ วธ. กำลัง“ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง”document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);