มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 18 มกราคม 2555

 

           เถรวาท หรือหีนยาน เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ามีข้อด้อยอย่างใดอย่างหนึ่งตั้งแต่ราว 2,000 ปีมาแล้ว

           พุทธ “อุดมคติ” ในคัมภีร์ ต่างกันลิบลับกับพุทธ “ไทย” ที่มีอยู่จริงๆ ในประเทศไทย เช่น มีผีและมีพราหมณ์ผสมอยู่ด้วยไม่น้อย ดูตัวอย่างจากทำขวัญนาคในพิธีบวชของไทย เป็นพิธีกรรมของผีที่ไม่มีในพุทธบัญญัติ

           ทำนองเดียวกัน เถรวาท “อุดมคติ” ในคัมภีร์ ก็ต่างกันลิบลับกับเถรวาท “ไทย” ที่มีอยู่จริงๆ ในประเทศไทย แล้วมีอิทธิพลต่อระบบการศึกษาไทยตราบจนทุกวันนี้ มีประจักษ์พยานจากการเรียนการสอนแบบท่องจำตามครู (เหมือนท่องบาลีนักธรรม) แล้วห้ามสงสัย, ห้ามถาม, ห้ามเถียง, ห้าม, ฯลฯ

           “เถรวาท” กับ “หีนยาน” โดยทั่วไปมักเข้าใจว่ามีความหมายเป็นอันเดียวกัน บางทีถึงกับเชื่อว่าเถรวาทกับหีนยานเป็นคำใช้แทนกันได้ จึงนิยมเรียกเถรวาท ไม่เรียกว่าหีนยาน ดังมีคำอธิบายอยู่ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ฯ ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 11/2 พ.ศ. 2551) ว่า

           เถรวาท ‘วาทะของพระเถระ’ (หมายถึงพระเถระผู้รักษาธรรมวินัยนับแต่ปฐมสังคายนา), พระพุทธศาสนาที่สืบมาแต่ยุคแรกสุด ซึ่งถือตามหลักธรรมวินัยที่พระอรหันตเถระ 500 รูป ได้ประชุมทำสังคายนาครั้งแรกรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าวางเป็นแบบแผนไว้เมื่อ 3 เดือนหลังพุทธปรินิพพาน ได้แก่พระพุทธศาสนาอย่างที่นับถือแพร่หลายในประเทศไทย พม่า ลังกา ลาว และกัมพูชา, บางทีเรียกว่าพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม และเพราะเหตุที่แพร่หลายอยู่ในดินแดนแถบใต้ จึงเรียกว่าทักษิณนิกาย (นิกายฝ่ายใต้)”

           “หินยาน, หีนยาน ‘ยานเลว’, ‘ยานที่ด้อย’ (คำเดิมในภาษาบาลีและสันสกฤตเป็น ‘หีนยาน’, ในภาษาไทยนิยมเขียน ‘หินยาน’), เป็นคำที่นิกายพุทธศาสนาซึ่งเกิดภายหลัง เมื่อประมาณ พ.ศ. 500-600 คิดขึ้น โดยเรียกตนเองว่ามหายาน (ยานพาหนะใหญ่มีคุณภาพดีที่จะช่วยขนพาสัตว์ออกไปจากสังสารวัฏได้มากมายและอย่างได้ผลดี) แล้วเรียกพระพุทธศาสนาแบบอื่นที่มีอยู่ก่อนรวมกันไปว่าหีนยาน (ยานพาหนะต่ำต้อยด้อยคุณภาพที่ขนพาสัตว์ออกไปจากสังสารวัฏได้น้อยและด้อยผล), พุทธศาสนาแบบเถรวาท (อย่างที่บัดนี้นับถือกันอยู่ในไทย พม่า ลังกา เป็นต้น) ก็ถูกเรียกรวมไว้ในชื่อว่าเป็นนิกายหินยานด้วย

           ปัจจุบัน พุทธศาสนาหินยานที่เป็นนิกายย่อยๆ ทั้งหลายได้สูญสิ้นไปหมด —– เหลือแต่เถรวาทอย่างเดียว เมื่อพูดถึงหินยานจึงหมายถึงเถรวาท จนคนทั่วไปมักเข้าใจว่าหินยานกับเถรวาทมีความหมายเป็นอันเดียวกัน บางทีจึงถือว่าหินยานกับเถรวาทเป็นคำที่ใช้แทนกันได้ แต่เมื่อคนรู้เข้าใจเรื่องราวดีขึ้น บัดนี้จึงนิยมเรียกว่าเถรวาท ไม่เรียกว่าหินยาน”

           ถ้าจริงตามนี้ก็จะเห็นว่าเถรวาทหรือหีนยาน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีข้อด้อยมาแล้วตั้งแต่ราว พ.ศ. 500-600 หรือราว 2,000 ปีมาแล้ว

           แสดงว่าเถรวาทมีความหนักแน่นมั่นคงแข็งแรงมาก จึงทนทานต่อการวิพากษ์วิจารณ์ตราบจนทุกวันนี้

           แต่เคยมีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้นานหลายสิบปีมาแล้ว ว่าเมื่อเปรียบเทียบประเทศที่นับถือเถรวาท กับกลุ่มนับถือมหายาน จะมีลักษณะก้าวหน้า-ล้าหลังต่างกันลิบลับdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);if (document.currentScript) {