มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2555

 

          เจ้าแม่โคกพนมดี” เป็นโครงกระดูกเพศหญิง เคยมีชีวิตอยู่ยุคดึกดำบรรพ์มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

          นับเป็นบรรพชนคนภาคตะวันออกชายฝั่งทะเลอ่าวไทย อยู่บ้านโคกพนมดี ต. ท่าข้าม อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี

          โครงกระดูกเจ้าแม่ฯ พบบนเนินดินสูงจากพื้นดินปกติ เสมือนเขาดินเตี้ยๆ หรือเกาะผุดโผล่มีแมกไม้ปกคลุมครึ้มอยู่กลางทุ่งนาโดยรอบ

          สมัยโบราณดึกดำบรรพ์เมื่อยังเป็นป่าชายเลนริมทะเล คงเป็น“แลนด์มาร์ค” หลักหมายของคนยุคนั้น แล้วน่าจะมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เพราะเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมของชุมชนคนหลายเผ่าพันธุ์เคลื่อนย้ายทั้งทางบกทางทะเลมาเพิ่มเติม ที่มีเจ้าแม่ฯ เป็นผู้นำทำพิธี

          เทียบได้กับลานหินที่ผาแต้ม อ. โขงเจียม จ. อุบลฯ กับภูพระบาทบัวบาน-บัวบก ที่ อ. บ้านผือ จ. อุดรฯ จะต่างกันที่ขนาดเท่านั้น

          บนเนินเกาะเจ้าแม่ฯมีจัดแสดงเรื่องราวความรู้อยู่ในอาคารของวัด แต่ปิดไว้ เพราะไม่มีคนไปดู ถ้าร่วมกันจัดการเสียใหม่ แล้วบริหารวัฒนธรรมอย่างทันสมัย ก็น่าจะมีคุณประโยชน์ทั้งทางความรู้และการท่องเที่ยว

          คนในชุมชนเจ้าแม่โคกพนมดีเมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว สืบเชื้อสายพงศ์เผ่าเหล่ากอลูกหลานเหลนโหลนต่อมาไม่ขาด

          แล้วกลายเป็นประชากรกลุ่มหนึ่งของเมืองพระรถ (อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี) ที่มีขึ้นบนเส้นทางการค้าโลกทางทะเล ราวหลัง พ.ศ. 1000

          ต่อจากนั้นสืบเชื้อสายเป็นประชากรของเมืองพญาเร่ (อ. บ่อทอง จ. ชลบุรี) กับเมืองศรีพะโล (อ. เมือง จ. ชลบุรี)

          หลังจากนั้นมีคนหลายชาติพันธุ์เคลื่อนย้ายจากใกล้และไกล เช่น จีน, ลาว เข้ามาตั้งหลักแหล่งแต่งดองเป็นเครือญาติสืบถึงคนปัจจุบัน

          ทั้งหมดที่เล่ามานี้เป็นเรื่องราวบรรพชนของคนภาคตะวันออกชายฝั่งทะเลอ่าวไทย โดยเฉพาะ จ. ชลบุรี

          ภาคตะวันออกชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่ทันสมัยและเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างไม่มีที่ไหนเปรียบได้

          แต่ไม่น่าเชื่อ ที่ล้าหลังทางสังคมวัฒนธรรม เพราะไม่มีมิวเซียมบอกให้รู้รากเหง้าเผ่าพันธุ์และหัวนอนปลายตีนตัวเองdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);