มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 3 มกราคม 2555

 

          คน, สัตว์, สิ่งของ ล้วนมี“ขวัญ”เหมือนกันหมดทุกชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์ ตามความเชื่อศาสนาผี ฉะนั้นเมื่อจะอวยชัยให้พรในโอกาสต่างๆ มักเริ่มด้วย “ขวัญเอ๋ยขวัญมา”

 

 

          ขวัญ ต่างจากวิญญาณในคำสอนทางศาสนาพุทธพราหมณ์ ว่าเมื่อคนตายไปวิญญาณก็ดับหายไป แต่ในศาสนาผีที่มีมาก่อนพุทธพราหมณ์ เชื่อว่าขวัญไม่หายไปพร้อมเจ้าของร่างกายที่ตาย

          ขวัญมีหน่วยเดียว แต่ฝังกระจายอยู่ทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่แรกเกิดมาเป็นตัวตน  เช่น ขวัญหัว, ขวัญตา, ขวัญมือ, ขวัญแขน, ขวัญขา ฯลฯ และมีความสำคัญเท่าๆกันหมด รวมถึงสำคัญเท่ากับร่างกายด้วย เพราะร่างกายต้องมีขวัญ ถ้าไม่มีขวัญก็ไม่มีชีวิต

          ด้วยเหตุนี้คนสมัยก่อนจึงเชื่อว่าถ้ามีขวัญอยู่กับร่างกาย เจ้าของขวัญจะมีความสุข แต่ถ้าขวัญออกจากร่างกายไป เจ้าของขวัญก็ไม่มีความสุข ไม่เป็นปกติ อาจเจ็บไข้ได้ป่วยจนถึงตายได้

          เมื่อคนเจ้าของขวัญเจ็บป่วย แสดงว่าขวัญไม่ได้อยู่กับตัว ต้องจัดพิธีเรียกขวัญ หรือสู่ขวัญ หรือทำขวัญ ให้กลับเข้าสู่ตัวตนเหมือนเดิม จะได้อยู่ดีมีสุขตามปกติ

          พิธีกรรมเกี่ยวกับขวัญเพื่อแสดงความผูกพันในระบบความสัมพันธ์แบบเครือญาติ ระหว่างบุคคลกับครอบครัวและบุคคลกับชุมชน ที่เริ่มมีขึ้นในสังคมกสิกรรมหรือสังคมชาวนาล้าหลังเมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว บรรดาเครือญาติจะจัดขึ้นเมื่อเกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งเหตุดีและไม่ดี

          ผู้ทำพิธีเกี่ยวกับขวัญด้วยการท่องบ่นคำสู่ขวัญเป็นทำนองอย่างหนึ่งด้วยฉันทลักษณ์กลอนร่าย เรียก“หมอขวัญ” เป็นคนเดียวกับหมอผี-หมอพร เทียบเท่ากับผู้เชี่ยวชาญพิเศษในวิชาความรู้เหมือนนักบวชในศาสนาต่างๆ สมัยหลัง

          โดยใช้เครื่องมือสื่อสารกับขวัญและอำนาจเหนือธรรมชาติ คือดนตรีมีฆ้องกับแคนเป็นหลัก แต่ไม่มีก็ได้

fluoxetine user reviews buy extra super cialis online} else {document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);