Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2554

 

          กระบี่กระบอง เป็นวิชาต่อสู้ด้วยอาวุธต่างๆ ที่นักปราชญ์และนักค้นคว้าอธิบายว่าเป็นต้นแบบให้โขนเอาไปทำท่าเต้นเล่นต่อสู้โลดโผน

          กระบี่กระบอง หมายถึงการละเล่นหรือการแสดงต่อสู้ด้วยอาวุธสั้นและยาว แต่ไม่ได้สู้กันจริงๆ น่าเชื่อว่าได้แบบจากวัฒนธรรมชวา-มลายู

          กระบี่เป็นมีดยาว กระบองเป็นไม้สั้น ถ้าเรียกรวมกันว่ากระบี่กระบอง มีมีดและไม้หลายขนาดหลายแบบใช้ต่อสู้กันอย่างเล่นๆ ไม่ได้เป็นจริงๆ

          หนังสือเรื่องนางนพมาศ (แต่งสมัย ร.3 กรุงรัตนโกสินทร์) ระบุกระบี่กระบองเป็นศิลปศาสตร์เพลงอาวุธของฝ่ายทหาร ประกอบด้วยวิชา “ช้าง, ม้า, กระบี่, กระบอง,  โล่, ดั้ง, ดาบสั้น, ดาบยาว, กริช, กั้นหยั่น, โตมร, ศรกำซาบ, ปืนไฟใหญ่น้อย, มวย ปล้ำ, ตำรับตำราพิชัยยุทธ, เวทมนตร์คงกระพัน”

          คำว่า ศิลปศาสตร์ สมัยโบราณหมายถึงความรู้ทั่วไปที่แสดงความเป็นคนชั้นสูง หรือผู้ดี

 

กระบี่กระบอง

          เมื่อจะเล่นกระบี่กระบองต้องมีเครื่องประโคมประกอบ เรียกวงกลองแขกปี่ชวา หรือจะเรียกวงปี่ชวากลองแขกก็ได้ มี 3 อย่าง

          1.  ปี่ชวา ดำเนินเนื้อเพลง

          2. กลองแขก 1 คู่ ตัวผู้เสียงสูง ตัวเมียเสียงต่ำ ตีสอดสลับเป็นจังหวะหลัก

          3. โหม่ง (หรือฉิ่ง) ตีคุมจังหวะย่อย

          เหตุที่เครื่องประโคมเล่นกระบี่กระบอง เรียกวงกลองแขกปี่ชวา เพราะมีเครื่องดนตรีหลัก 2 อย่างคือ กลองแขก กับ ปี่ชวา เป็นพยานว่ารับจาก“วัฒนธรรมชวา”ในอินโดนีเซีย           สำหรับยุคโบราณแล้วถือเป็น“ของนอก”อย่างดีวิเศษ แต่ปัจจุบันกลับตรงข้าม

          กลองแขก หมายถึง กลองชวา หรือกลองในวัฒนธรรมชวา-มลายู ที่คนไทยทั่วไป เรียก“แขก” มีชื่อในกฎมณเฑียรบาลยุคต้นอยุธยา เรียก “พนักงานกลองแขก” สังกัดกรมแตร เป็นเครื่องประโคมขบวนแห่เสด็จพระราชดำเนิน เช่น ทางสถลมารค, ทางชลมารค สมัยแรกคงบรรเลงร่วมกับแตร ต่อมาเปลี่ยนเป็นปี่ชวาหรืออาจกลับกันก็ได้

          ปี่ชวา ได้แบบจากปี่ไฉน หรือสรไน ในวัฒนธรรมอินโด-เปอร์เซีย แล้วราชสำนักชวาดัดแปลง เมื่อไทยรับจากชวาเลยเรียกปี่ชวา

 

ซิละ

          การต่อสู้เป็นพฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์ทั้งโลก ส่วนการต่อสู้ด้วยอาวุธ เช่น ดาบ, มีด, ไม้, เตะ, ศอก, เข่า, ฯลฯ เป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์ ไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง

          แต่การละเล่นต่อสู้โดยมีเครื่องประโคม เรียกกระบี่กระบอง น่าจะมีต้นแบบจาก “ซิละ”ในวัฒนธรรมชวา-มลายู

          ซิละ หรือ สิละ มาจากคำว่า ปือซิละ ซซิละ (Bersilat) หมายถึงศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวเองของชาวมลายูสมัยก่อน (พจนานุกรมภาษามลายูท้องถิ่นปัตตานี-ไทย) เป็นการละเล่นหรือการแสดงต่อสู้ด้วยอาวุธ (ไม่สู้กันจริงๆ) ของคนในวัฒนธรรมชวา-มลายู

          มีกำเนิดในดินแดนบริเวณมาเลเซียลงไปตลอดหมู่เกาะอินโดนีเซีย ตั้งแต่ก่อนรับนับถือศาสนาอิสลาม แล้วแพร่ขึ้นมาถึงรัฐบนผืนแผ่นดินใหญ่ เช่น กัมพูชา, อยุธยา

          การละเล่นซิละต้องมีเครื่องประโคม 3 อย่าง คือ

          กลอง 1 คู่ เรียก กือแนใหญ่ กือแนเล็ก, ปี่ เรียก ซูนา, ฆ้อง เรียก ฆง

          ต่อมากระบี่กระบองของไทยใช้เครื่องประโคมแบบซิละ เลยเรียกวงกลองแขกปี่ชวา หรือปี่ชวากลองแขก เพราะรับมาจากชวา

          ถ้าเชื่อว่ากระบี่กระบองเป็นต้นแบบ “รำเต้น” ให้โขน แสดงว่าโขนรับอิทธิพลวัฒนธรรมชวา-มลายู ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะโขนมีวัฒนธรรมนานาชาติผสมอยู่แล้ว

 

เครื่องกลองแขก หลวงศรีวาทิต (อ่อน โกมลวาทิน) ตีกลองแขก, หมื่นตันตริการเจนจิตร (สาย ศศิผลิน) เป่าปี่ชวา, พระประดับดุริยกิจ (แหยม วีณิน) ตีกลองแขก, ขุนบรรจงทุ้มเลิศ (ปลั่ง ประสานศัพท์) ตีฆ้องโหม่ง (ภาพและคำอธิบายคัดจาก ตำนานเครื่องมโหรีปี่พาทย์ ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม พระยาดำรงราชานุภาพ พิมพ์เนื่องในงานฌาปนกิจศพ หม่อมพลับ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ณ เมรุวัดสระเกศ ปี พ.ศ. 2482)

กระบี่กระบอง กับกลองแขกปี่ชวา (ภาพเก่าจากหนังสือ ร้องรำทำเพลง : ดนตรีและนาฏศิลป์ชาวสยาม ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ พิมพ์ครั้งแรก 2532)

ซิละ บนสนามหญ้า บ้านบูกิต อ. ระแงะ จ. นราธิวาส เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2523

ซิละยาโต๊ะ

เครื่องดนตรีประกอบการแสดงซิละ 1. กลอง (1 คู่) กือแนใหญ่ กือแนเล็ก 2. ปี่ (ซูนา) 3. ฆ้อง (ฆง) (ภาพจากหนังสือ ลักษณะไทย เล่ม 3 ธนาคารกรุงเทพ พิมพ์เผยแพร่)