Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2554

 

          อยุธยาของไทย กับเกียวโตของญี่ปุ่น เป็น “เมืองประวัติศาสตร์” ที่มีคุณค่า

          แต่อยุธยาถูกเบียดเบียน “เมืองประวัติศาสตร์” แล้วถูกบังคับให้เป็น “เมืองอุตสาหกรรม”

          สังคมไทยโดยรวมต้องร่วมกันไตร่ตรองจงหนักว่าแนวทางถูกต้องดีงามควรเป็นอย่างไร? ผมขอคัดตัดทอนข้อเขียนสำคัญมาให้อ่านประกอบการพิจารณา เรื่องญี่ปุ่นผลักอุตสาหกรรมออกนอกประเทศ ส่วนไทยโดย เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง (มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 16-22 ธันวาคม พ.ศ. 2554 หน้า 42) มีสาระสำคัญว่า

          “เมืองเกียวโตกับพระนครศรีอยุธยา ต่างกันตรงไหน

          ทั้งสองเมืองเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งต่อคนในท้องถิ่นและสำหรับชาวโลก

          ความต่างคือ เกียวโตยังเก็บรักษาคุณค่าในอดีตไว้ให้อยู่หล่อเลี้ยงจิตใจ และไว้แบ่งปันให้ชาวโลกได้ ส่วนพระนครศรีอยุธยานั้นได้รับความเสียหายจากอุทกภัยคราวนี้มาก”

          “คณะกรรมการยุทธศาสตร์และอนาคตแห่งชาติ รวมทั้งสื่อกระแสหลักทั่วไปก็ดูจะเป็นห่วงเป็นใยแต่อุตสาหกรรมในนิคมทั้งหลายเท่านั้น” ¾ “ข่าวสารที่ออกมาแสดงออกชัดเจนว่าการรับรู้ (perception) ที่เกี่ยวกับพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบันได้เปลี่ยนไป กลายเป็น ‘เมืองอุตสาหกรรม’ ไปเสียแล้ว มันน่าตกใจน้อยเสียที่ไหน”

          “คนที่จะมีอิทธิพลชี้ชะตากรรมของอยุธยาตอนนี้ก็จะมีแต่นักการเมืองที่เป็นคนร่างแผนยุทธศาสตร์ของประเทศเท่านั้น หากพวกเขาไม่มีมิติของประวัติศาสตร์อยู่ในแนวคิดเลย ก็น่าเศร้าใจ หากพวกเขากอบกู้แต่อุตสาหกรรม แต่ไม่กอบกู้ประวัติศาสตร์ ความเป็นไทยก็ไม่เหลือ”

          “คิดไปถึงว่าถ้าญี่ปุ่นเอาอุตสาหกรรมไปโยนไว้ที่เกียวโต คนเกียวโตจะยอมไหม เชื่อแน่ว่าคนญี่ปุ่นหวงแหนเกียวโต รู้คุณค่าของเกียวโตเกินกว่าที่จะยอม”

          “อุตสาหกรรมควรอยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่ และประวัติศาสตร์ก็ควรได้อยู่อย่างดีในที่ที่มันเคยอยู่และควรอยู่

          เราย้ายอุตสาหกรรมง่ายกว่าย้ายประวัติศาสตร์ หรือจะว่าไปมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะโยกย้ายประวัติศาสตร์ เราย้ายพระนครศรีอยุธยาหรือย้ายสุโขทัยได้เสียที่ไหน แต่ย้ายนิคมอุตสาหกรรมได้ —–

          ทุกตารางนิ้วของอยุธยาคือประวัติศาสตร์

          อยุธยา “เมืองประวัติศาสตร์” แต่ถูกบังคับให้เป็น “เมืองอุตสาหกรรม” เราจะทำยังไงดีล่ะ?