Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2554

 

          ถนนเชื่อมภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคใต้ สายตะวันตก เส้นทางเลียบชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่เชียงใหม่ถึงชุมพร ไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ แต่ผ่านจังหวัดต่างๆ ดังนี้

          เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์-อุทัยธานี-สุพรรณบุรี-กาญจนบุรี-ราชบุรี-เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร

          เส้นทางนี้ เป็นข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรม จ. กาญจนบุรี ผ่านสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อให้เป็นเส้นทางเลือกในกรณีวิกฤตต่างๆ เช่น น้ำท่วมถนนสายเอเชียที่ผ่านมา (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม 2554 หน้า 9)

          ทิวเขาชายแดนตะวันตกกั้นพรมแดนไทย-พม่า แต่ในอดีตเป็นหลักแหล่งของคนหลายชาติพันธุ์ โดยไม่มีพรมแดน จึงทำให้ผู้คนไปมาหาสู่กันผ่านช่องเขาเป็นช่วงๆ

          ช่องเขา (บางทีเรียกด่าน) สำคัญ เช่น แม่สอด ที่ตาก, เจดีย์สามองค์ ที่กาญจนบุรี, ช่องสิงขร ที่ประจวบคีรีขันธ์, เมื่อลงชุมพรก็ถึงส่วนแคบสุดระหว่างทะเลอ่าวไทยทางตะวันออก กับทะเลอันดามันทางตะวันตก มีหลักฐานโบราณคดีแสดงว่ามีคนเดินทางติดต่อข้ามไปมา ราว 3,000 ปีมาแล้ว

          ด่านแม่สอด เคยเป็นเส้นทางการค้าของรัฐสุโขทัยออกทะเลอันดามัน มีนิทานเรื่องมะกะโท เมืองมอญ เป็นพยาน

          ด่านเจดีย์สามองค์ เคยเป็นเส้นทางอารยธรรมอินเดีย ขึ้นบกที่เมืองทวาย แล้วเดินผ่านช่องเจดีย์สามองค์มาลงแม่น้ำแม่กลอง-ท่าจีน ทำให้มีรัฐทวารวดี มีหลักฐานโบราณคดีเต็มไปหมด

          ช่องสิงขร เป็นเส้นทางไปเมืองท่าทางอันดามันของอยุธยามาตลอด เช่น เมืองมะริด แม้ม้าสีหมอกของขุนแผนก็ถูกขนมาขึ้นบกที่นี่ แล้วต้อนผ่านช่องสิงขรไปเลี้ยงไว้ที่เมืองเพชรบุรี

          ถ้าไม่ทำลายสภาพแวดล้อม แล้วไม่ขยายให้ถนนกว้างขวางใหญ่โตเกินจำเป็น เส้นทางเลียบชายแดนด้านตะวันตก มีประโยชน์แน่ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ, ทางระบบ           โลจิสติกส์ของภูมิภาค, และทางเลือกข้ามภูมิภาค

          แล้วยังมีคุณค่าทางการศึกษาศิลปวิทยาการด้านต่างๆ และการท่องเที่ยวทางเลือกด้วย

 

(ที่มา : มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม 2554 หน้า 9)